สวนสันติธรรม + วิหารเซียน + สวนนงนุช + วังมุข

นอนไม่หลับทั้งคืนเลยเพราะวันนี้จะต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืด เลยเกิดอาการเตรียมตัวตื่นทั้งคืน พอถึงเวลาใกล้ๆ จะต้องตื่นก็เริ่มง่วงจนหลับ แต่นอนได้แป๊บเดียวก็มีเสียงปลุกแล้ว จนคิดว่าหรือนอนต่อให้เต็มอิ่มไปเลยดีหว่า เพราะต้องขับรถทั้งวัน เกิดหลับในขึ้นมาจะแย่ แต่สุดท้ายก็ฝืนตัวเองลุกขึ้นมาจากเตียง

วันนี้มีโปรแกรมยาวเหยียด ตอนเช้าไปฟังเทศน์ที่สวนสันติธรรม เพราะไม่ได้ไปนานมาก อยากไปสนทนาธรรม (และอัพเดทเทคโนโลยีล่าสุด) กับครูบาป๋องด้วย จากนั้นจะไปสวนนงนุช ไม่รู้เหมือนกันว่ามีอะไร และต่อด้วยวิหารเซียน ก็ไม่รู้อีกแหละว่ามีอะไร พอตกเย็นจะแวะซื้อข้าวหลามที่หนองมน แล้วไปดินเนอร์ซีฟู้ดอำลาเลข 2 กับอ้อ ปิดโปรแกรมด้วยการเข้าที่พักที่ศูนย์ฝึกอบรมบางปะกง

คราวนี้เอาไอโฟนที่ บ.ก. ให้ยืมมาเขียนหนังสือติดตัวไปด้วย เพราะจะใช้ Google Maps บน iPhone ในการนำทางไปสถานที่ต่างๆ ซึ่งหาพิกัดและปักหมุดไว้เรียบร้อยแล้ว

นอกจากจะใช้แผนที่แล้ว จะเอาไว้เล่น Twitter ด้วย คือกะจะถ่ายรูปตามจุดต่างๆ ที่ไปถึงแล้วส่งเข้า Twitter ให้เพื่อนๆ อ่านกัน ซึ่งมันจะเป็นการบันทึกว่าตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่ โดยที่ไม่ต้องนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ เหมือนเขียน Real Time Diary

***

แบกสัมภาระพะรุงพะรังขึ้นรถ มีทั้งกระเป๋าเสื้อผ้า กระเป๋าโน้ตบุ๊ก กระเป๋าใส่กล้องกับโทรศัพท์มือถือ เริ่ม Tweet แรกจากในรถตอนที่เพิ่งถอยออกจากบ้าน จากนั้นก็ตรงเข้าเมืองทางสะพานซังฮี้ วิ่งไปทางอนุสาวรีย์ชัย พระราม 9 มอเตอร์เวย์ ขับไปแบบสบายๆ ไม่รีบร้อน รักษาความเร็วอยู่ที่ไม่เกิน 90 บนถนนธรรมดา และไม่เกิน 110 บนมอเตอร์เวย์ ทำให้พบว่าการขับรถแบบชิวๆ ไปเรื่อยๆ นี่มันก็สุขใจดีนะ (จริงๆ คือกลัวหลับใน และกลัวโดนตำรวจดักจับความเร็ว)

แวะโอเอซิสหาอะไรกิน คิดอะไรไม่ออกก็เข้าแมคกินอาหารชุดมื้อเช้า มีนมเย็นสีชมพูขายด้วย กินกับ Sausage Hamburger หมดภาระกับมื้อแรกของวันไป

เดินทางต่อไปสวนสันติธรรม พบว่าถนนหนทางมันเปลี่ยนไปจากครั้งที่แล้วที่ไปเยอะเลย แอบตกใจเล็กน้อยว่าจะเลยทางเลี้ยวเข้าถนนเล็ก

ไปถึงสวนสันติธรรมตอนพักทานอาหารเช้ากันพอดี ที่จอดรถดูโล่งๆ มีรถไม่มาก จำนวนคนก็ดูไม่เยอะมาก แค่ครึ่งห้องเอง ใครมาวันนี้เลยได้ส่งการบ้านกันแบบจุใจ

ปกติเวลามาสวนสันติธรรม จะรู้สึกเย็นๆ เบิกบานๆ ในใจอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก วันนี้ลองตั้งใจสังเกตแบบชัดๆ ดู มันรู้สึกได้จริงๆ นะว่าเหมือนมีกระแสความเบิกบานแผ่อยู่เต็มไปหมด ความมัวซัวๆ ความหนักอึ้ง หายไปหมดเลย

ฟังหลวงอาเทศน์ ซึ่งเนื้อหาส่วนใหญ่ก็คุ้นเคยดีอยู่แล้ว แต่มีอยู่ประโยคนึงที่ชอบเป็นการส่วนตัวนั่นก็คือ "ให้สวมหัวใจเด็กในการเจริญสติ" หลวงอาบอกว่าผู้ใหญ่ชอบคิดมาก คิดนู่น สงสัยนี่ แต่กลับมองไม่เห็นความคิดหรือความสงสัย ขณะที่สอนเด็กให้เจริญสติกลับง่าย เพราะเด็กไม่คิดอะไรมาก ตรงไปตรงมา ให้รู้ทันสิ่งที่เกิดขึ้นในใจก็ทำได้ง่ายๆ ไม่ต้องคิดอะไรซับซ้อน

ดังนั้นใครที่ฟังหลวงอาเทศน์เป็นครั้งแรก ถ้าปล่อยใจให้ไร้เดียงสาแบบเด็กๆ ก็จะเรียนรู้และเข้าใจหลักการเจริญสติได้เร็วมาก

พอหลวงอาเลิกสอนแล้ว ว่าจะเข้าไปหาครูบาป๋อง แต่ครูบากลับไปนั่งรวมกลุ่มพระสงฆ์ ไม่รู้ว่ามีกิจอะไรต่อ เลยไม่ได้คุย ออกเดินทางต่อเลยดีกว่า

***

โปรแกรมต่อไปคือสวนนงนุช เปิด Google Maps ดูเส้นทาง แต่เอาเข้าจริงถนนของจริงมันแปลกกว่าในแผนที่แฮะ พอใช้ Google Maps หา Current Location ซึ่งมันจะบอกพิกัดของเซลไซต์ที่กำลังใช้งานอยู่ ปรากฎว่าเซลไซต์มันอยู่ด้านนึงของถนน ส่วนผมขับรถอยู่อีกด้าน ก็เลยหลงทางเลย ไปๆ มาๆ เลยไปถึงวิหารเซียนก่อน

วิหารเซียน (ค่าเข้า 50 บาท) เป็นสถานที่ที่รวบรวมหุ่นเทพเจ้าของคนจีนไว้เยอะมาก มีอะไรให้ถ่ายรูปได้เยอะมาก แต่ถ่ายไปสักพักจะเริ่มเบื่อเพราะมีแต่หุ่น ประกอบกับแดดร้อนมาก (ก่อนเที่ยงเล็กน้อย) เลยไม่ค่อยอยากถ่ายหุ่นที่อยู่กลางแดดมากเท่าไหร่


ทางเข้า


ท้องฟ้าบริเวณที่มีเมฆ


หุ่นดินเผาทหารจิ๋นซี เป็นของจริงที่รัฐบาลจีนมอบให้


กวนอู


เลียนแบบกวนอู


เทพอะไรไม่รู้ รู้แต่ว่าท่ายืนเท่ดี มีการชูนิ้วนางด้วย


ขอลองดูบ้าง (จะโดนข้อหาล้อเลียนเซียนมั้ยเนี่ย)


Make a Picture กับพระประจำวันเกิด


ชั้นสองมีกองทัพหุ่นตั้งอยู่กลางแดด พื้นร้อนจี๋เลย


พอขึ้นมาชั้นสามก็จะเห็นเป็นแบบนี้


ชั้นสามมีภาพวาดพุทธประวัติตั้งแต่ประสูติไปจนถึงปรินิพพาน


ฮวงจุ้ยดี ข้างหน้าเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่


ส่วนข้างหลังเป็นภูเขา


กลับลงมาข้างล่าง ไปเจอหุ่น 12 นักษัตรวางเรียงกันอยู่ อันนี้ปีมะแม

ดูเสร็จพักเหนื่อยกินข้าวเที่ยงที่ด้านนอกวิหารเซียน แล้วค่อยเดินทางต่อไปสวนนงนุช

ดูรูปวิหารเซียนทั้งหมดได้ที่ http://www.flickr.com/photos/macroart/sets/72157606796152792/

***

จากวิหารเซียนไปสวนนงนุชก็ไม่ไกลมาก ขับรถแป๊บเดียวถึง ค่าเข้าสวนนงนุชที่รวมค่าชมโชว์แล้ว 200 บาท แอบรู้สึกว่าแพง และพอดูจบแล้วก็รู้สึกว่าไม่คุ้ม ส่วนตัวแล้วผมชอบอย่างสวนสัตว์เขาเขียวมากกว่า

ขับรถเข้าไปถึงลานจอดแล้วเดินเข้าพื้นที่สวน ก็ไปเจอบรรดาสารพัดสัตว์แสนน่ารักมาให้จับเล่นได้เลย


ม้าแคระที่เห็นแล้วต้องรีบเข้าไปลูบขนมันเลย เคยลูบขนม้าแคระครั้งแรกตอนไปไนท์ซาฟารีที่เชียงใหม่ จำได้ว่าขนมันนุ่มมาก มาลูบอีกทีก็ยังนุ่มเหมือนเคย


ส่วนเจ้าแกะงุ่นง่านนี่น่าผิดหวัง (มันเดินวนไปวนมาตลอดเลย งุ่นง่านน่าดู) เพราะแทนที่ขนจะนุ่ม กลับแข็งกระด้างซะงั้น


สวนสวยๆ


รูปนี้ที่รักถ่ายให้... ซะเมื่อไหร่ล่ะ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนเท่านั้น

ชมสัตว์ชมสวนเสร็จแล้วก็ไปชมโชว์ต่อ มีให้ดูสองโชว์คือโชว์วัฒนธรรมกับโชว์ช้าง ซึ่งโชว์วัฒนธรรมนี่เหมาะกับฝรั่งมากกว่า เพราะคนไทยดูก็งั้นๆ ส่วนโชว์ช้างนี่ใช้ได้เลย ช้างที่นี่ทำอะไรได้เยอะดี วาดรูปได้ด้วย


โชว์มวยไทย อันนี้เค้าเล่นมุกว่าเตะไปเตะมา เตะไปโดนคนดูข้างสนามเข้า (สปอยซะเลย) จะเห็นได้คนข้างหลัง(แกล้ง)ล้มอยู่กับพื้น


ช้างวาดรูปดอกไม้ สวยซะด้วยนะ


สาวเกาหลีขาวน่ารักกำลังนอนให้ช้างนวด


เสื้อยืดฝีมือช้าง ตัวละ 250 บาท ส่วนภาพวาดที่ช้างวาดโชว์ก็ขายภาพละ 250 บาทเหมือนกัน


นี่ถ้ามืออีกข้างไม่ต้องถือกล้อง จะทำเงาเป็นรูปหัวใจ


อาคารทรงไทยสวยๆ


สวนสวยๆ

เที่ยวเสร็จตอนบ่ายสี่โมงครึ่ง ได้เวลาไปต่อ

ดูรูปสวนนงนุชทั้งหมดได้ที่ http://www.flickr.com/photos/macroart/sets/72157606822613727/

***

แวะตลาดหนองมนซื้อข้าวหลามไปฝากกรรมการสมาคมผู้ดูแลเว็บไทยที่จะมาประชุมสัญจร ตอนแรกว่าจะซื้อซัก 200 บาท เจอแม่ค้ายุให้เหมาไปเลย 22 กระบอก 400 บาท แถมขนมจากให้ด้วย เอาก็เอา จะกินหมดมั้ยเนี่ย

ไปรับอ้อที่หอ อ้อพาไปกินที่ร้านวังมุข เป็นร้านมีชื่อในย่านบางแสน แต่อยู่ลึกเหลือเกิน ให้มาเองก็มาไม่ถูกนะเนี่ย

มากันแค่สองคน เลยสั่งอะไรได้ไม่มาก มีกุ้งอบเกลือ ต้มยำรวมมิตรทะเล ปลาเก๋านึ่งซีอิ๊ว สั่งสามอย่างแต่กินไม่หมด เลยต้องห่อเอาไปให้เด็กๆ ของอ้อกินตอนเข้าเวร

ผิดหวังกับปลาเก๋านึ่งซีอิ๊วเล็กน้อย ด้วยความที่เคยไปพัทยาแล้วมีเพื่อนที่เป็นนักกินซีฟู้ดตัวยงพาไปกิน เพื่อนก็เลยพาไปร้านที่มีปลาเก๋านึ่งซีอิ๊วอร่อยแบบเทพ แต่ที่วังมุข วันนี้ไม่มีปลาเก๋าเป็นตัว มีแต่แบบเป็นชิ้น เนื้อมันเลยไม่เด้งติดสปริงแบบที่เคยกิน


กุ้งอบเกลือ


ต้มยำรวมมิตรทะเล


ปลาเก๋าชิ้นนึ่งซีอิ๊ว

เนื่องจากวันพรุ่งนี้อ้อจะมีอายุขึ้นเลข 3 ผมก็เลยได้เป็นผู้ชายคนสุดท้ายที่ได้กินข้าวกับอ้อในขณะที่ยังเป็นเลข 2 อยู่ รู้สึกเหมือนเป็นบุคคลสำคัญขึ้นมาทันที 555

***

อิ่มหนำสำราญแล้วก็ถึงเวลาเดินทางเข้าที่พักที่ศูนย์ฝึกอบรมบางปะกง ซึ่งเป็นของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ปรากฎว่าพอเลี้ยวรถเข้าไปแล้วมืดตึ๊ดตื๋อเลย จนสงสัยว่านี่การไฟฟ้าจริงเหรอ หรือว่าเค้ารณรงค์ให้ประหยัดพลังงาน

ไปถึงก็นั่งคุยกับกรรมการที่มาถึงแล้วเล็กน้อย แล้วก็ได้เวลาเข้าห้องพัก อาบน้ำ นอน เพลียสุดๆ

หุหุ อยากไปสวนสันติธรรม
ฟังแต่ซีดีมานานแระ
แต่ไม่มีการบ้านส่ง หุหุ

Squre-icon
21 ส.ค. 2551 เวลา 22:18 น.
วังมุขนี่ไปกินมาสองรอบละ
ลงทุนขนาดไปจากกรุงเทพฯเลย (บ.จ่าย)

ชอบวังศิลามากกว่า แต่เห็นกระทู้เค้าบอกว่า คิดเงินเกิน ไรงี้ ก็ไม่รู้เหมือนกัน
mink
22 ส.ค. 2551 เวลา 09:22 น.
we are in diaryis.com family | developed by 7republic