คลับเพนนินซูล่า Club Peninsular

วันอังคารที่ 26 มิถุนายน 2550

มีคนโทรศัพท์มาหาผม ปลายสายเป็นผู้หญิงเสียงใหญ่ๆ คล้ายกะเทย อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของคลับเพนนินซูล่า บอกว่าผมเป็นผู้โชคดีจากการจับฉลาก ได้รับรางวัลที่พักฟรีในโรงแรมทั้งไทยและต่างประเทศ แต่ผมต้องไปรับบัตรที่ซีคอนสแควร์ และต้องเข้าฟังการบรรยายเป็นเวลาสองชั่วโมง

(ผมไม่ทราบว่าคนที่โทรมาหาผมเป็นเจ้าหน้าที่ของคลับเพนนินซูล่าจริงหรือเปล่า หรือเธออาจจะกล่าวเท็จกับผมก็ได้ ดังนั้น ถ้าเจ้าของคลับเพนนินซูล่าได้รับความเสื่อมเสียจากการถูกแอบอ้างชื่อ ผมยินดีจะให้เบอร์โทรศัพท์ของผู้หญิงคนนี้)

ผมไม่แน่ใจว่านี่เป็นการหลอกลวงหรือเปล่า จึงได้ปรึกษากับแม่ แม่เลยแนะนำว่าอย่าไปเลย เสียเวลา เพราะแม่ก็เคยเจอแบบนี้มาแล้ว ไปถึงจะถูกเซลหว่านล้อมให้จ่ายเงินเป็นแสนเพื่อซื้อแพ็กเกจ

(แม่ผมไม่ได้พูดถึงคลับเพนนินซูล่านะครับ แต่พูดถึงเหตุการณ์ที่เคยประสบมา)

ผมลองค้นหาข้อมูลโดยใช้ Google จนได้พบกระทู้ในเว็บพันทิป

เตือนภัย ท่านที่ได้รับโทรศัพท์ว่า คุณคือผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลเป็นที่พัก โรงแรมสุดหรู 7 คืน

(ผมทำลิงค์ไปยังกระทู้ในพันทิป ไม่ใช่เพื่อบอกว่าคลับเพนนินซูล่าหลอกลวงนะครับ แต่เพื่อบอกเฉยๆ ว่าผมได้รับข้อมูลจากกระทู้นี้ ข้อมูลจะจริงหรือเท็จ ผมไม่ทราบ)

ผมอ่านข้อมูลดูแล้วจึงตัดสินใจว่าจะไม่ไป

 

วันพุธที่ 27 มิถุนายน 2550

ผมเขียนเรื่องราวที่ได้รับทราบทางโทรศัพท์จากผู้ที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของคลับเพนนินซูล่าลงในไดอารี่นี้ เป็นการเล่าข้อเท็จจริงที่ได้ประสบมาด้วยตัวเอง โดยมิได้มีเจตนาพาดพิงคลับเพนนินซูล่าให้เกิดความเสื่อมเสียแต่อย่างใด แต่อย่างที่บอก เจ้าหน้าที่ที่โทรมาหาผมว่าอ้างติดต่อจากคลับเพนนินซูล่า ผมก็เพียงเล่าเรื่องไปตามนั้น

 

วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม 2550

ผู้ดูแลเว็บไซต์ไดอารี่อีสแจ้งผมว่ามีผู้อ้างว่าเป็นทนายความผู้รับมอบอำนาจส่ง e-mail มาบอกให้ลบข้อความในไดอารี่วันที่ 27 มิถุนายน 2550 ที่ผมเขียนออก ข้อความใน e-mail เป็นดังนี้


From: LB Lawoffice <lawoffice_lb@yahoo.com>
Date: Jul 14, 2007 5:22 PM
To: diaryis@gmail.com
Cc: Tumec <tumec1@yahoo.com>

เรียน ผู้ที่เกี่ยวข้อง
 
เนื่องด้วยในเว็บบอร์ดของท่าน คือ
http://macroart.diaryis.com/?20070627
มีข้อความที่พาดพิงถึง "คลับเพนนินซูล่า" อันเป็นบริการ ของบริษัท QVC (Quality Vacation Club) ซึ่งเป็นข้อความเท็จ และทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย จึงเรียนมาเพื่อขอให้ท่านได้ลบ หรือนำข้อความดังกล่าวออกไปจากเว็บบอร์ดของท่านโดยเร็วด้วย  จักขอบคุณยิ่ง
 
ขอแสดงความนับถือ
นายสมบูรณ์  วชิรบูรณ์สุข
ทนายความผู้รับมอบอำนาจ
สำนักกฎหมาย แอล แอนด์ บี


(ผู้ที่อยู่ในวงการไอทีจะทราบดีว่าสามารถปลอมแปลง e-mail ของผู้อื่นได้ ดังนั้น ผมจึงไม่รู้ว่าผู้ที่ส่ง e-mail ฉบับนี้ ใช่ นายสมบูรณ์ วชิรบูรณ์สุข ตัวตนจริงหรือเปล่า และเป็นทนายจากสำนักกฎหมาย แอล แอนด์ บี จริงหรือเปล่า หากเป็นการแอบอ้าง ผมต้องขออภัย นายสมบูรณ์ วชิรบูรณ์สุข และสำนักกฎหมาย แอล แอนด์ บี ไว้ ณ ที่นี้ด้วย)

เมื่อผู้ดูแลเว็บไซต์ไดอารี่อีสแจ้งผมมาแบบนี้ ผมจึงได้โทรศัพท์ปรึกษากับผู้ดูแลเว็บไซต์พันทิป เนื่องจากผมได้ทราบเรื่องราวของคลับเพนนินซูล่ามาจากกระทู้ในพันทิป ผู้ดูแลเว็บไซต์พันทิปแจ้งผมว่ามีกระทู้ดังกล่าวอยู่จริง และเคยมีผู้ที่กล่าวอ้างว่าเป็นทนายความผู้รับมอบอำนาจโทรศัพท์ติดต่อไปด้วย แต่ทางผู้ดูแลเว็บไซต์พันทิปได้แจ้งกลับไปว่า ให้เข้าไปชี้แจงข้อเท็จจริงในกระทู้เอาเอง หรืออาจจะแฟกซ์เอกสารชี้แจงมาก็ได้ ถ้าไม่ทำแบบนี้ ก็ขอให้ไปดำเนินการตามขั้นตอนได้เลย ปรากฎว่าผู้ที่อ้างตนว่าเป็นทนายความผู้รับมอบอำนาจก็เงียบหายไป

ผมแจ้งกลับไปยังผู้ดูแลเว็บไซต์ไดอารี่อีสว่าเว็บไซต์ขนาดใหญ่อย่างพันทิปมีวิธีการเช่นนี้ ขอให้ไดอารี่อีสลองพิจารณาดูว่าจะทำเช่นไร ทางผู้ดูแลเว็บไซต์จึงบอกว่าจะส่ง e-mail ตอบกลับไปหาผู้ที่อ้างตนว่าเป็นทนายความผู้รับมอบอำนาจ ว่าให้เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยตัวเอง

จากนั้นผมได้ลองทบทวนอ่านไดอารี่ที่ผมเขียนในวันที่ 27 มิถุนายน 2550 ผมพบว่าข้อความที่ผมเขียนเป็นข้อเท็จจริงที่ผมประสบมาด้วยตัวเอง เป็นการเล่าเรื่อง และไม่ได้มีเจตนาพาดพิงใครให้เสียหาย ผมเขียนเพียงเพื่อให้ใครที่ได้รับโทรศัพท์แบบผม จะได้ตระหนักให้ดีก่อน ผมจึงไม่ลบข้อความของผมออก

 

วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม 2550

ผู้ดูแลเว็บไซต์ไดอารี่อีสโทรศัพท์มาหาผม บอกว่าผู้ที่อ้างว่าเป็นทนายความผู้รับมอบอำนาจได้ข่มขู่ว่าจะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ผู้ดูแลเว็บไซต์จึงอยากให้ผมเปลี่ยนข้อความที่ระบุว่า "คลับเพนนินซูล่า" ให้เป็น "คลับเพนซิล" ผมได้ทำตามคำขอ เพราะไม่ต้องการให้ผู้ดูแลเว็บไซต์ต้องได้รับความเดือดร้อนไปด้วย

หลังจากนั้นไม่นาน ผู้ดูแลเว็บไซต์ได้โทรศัพท์หาผมอีกครั้ง และขอให้ผมลบข้อความในวันนั้นออกเลย ในใจผมเห็นแย้ง เพราะคิดว่าวิธีการนี้ไม่ถูกต้อง สิ่งที่ควรจะเป็นก็คือคลับเพนนินซูล่าควรจะเข้ามาชี้แจงในไดอารี่ผม ว่าสิ่งที่ผมเขียนเป็นเท็จตรงจุดไหน ซึ่งผมก็ยินดีที่จะแก้ไขให้ กลับไม่มีการชี้แจงใดๆ มา มีแต่การบอกให้ลบออกอย่างเดียว ซึ่งผมรู้สึกว่าออกจะเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลเกินไปหน่อย

ตอนที่ผมทำงานอยู่พันทิป ผมเคยเจอเคสหมิ่นประมาทบนเว็บมาแล้ว โทษที่ผู้หมิ่นประมาทได้รับก็คือการลงประกาศขอขมาบนเว็บไซต์ แต่นั่นเป็นกรณีที่ผู้หมิ่นประมาทกระทำการหมิ่นประมาทที่ชัดเจนมาก เมื่อเทียบกับกรณีของผมซึ่งเป็นการเล่าข้อเท็จจริง ไม่ใช่การหมิ่นประมาทแต่อย่างใด ผมเชื่อว่ากรณีของผมจะไม่ได้รับโทษแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ผู้ดูแลเว็บไซต์ไดอารี่อีสกำลังจะเดินทางไปต่างประเทศ ผมไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายขึ้นภายหลัง จึงได้ตัดสินใจลบไดอารี่ในวันดังกล่าวออก

แต่ถึงแม้ว่าผมจะลบออกไปแล้ว ก็ยังมี cache เก็บไว้ใน Google อยู่ รวมถึงยังมีเว็บไซต์อีกจำนวนมากที่พาดพิงถึงคลับเพนนินซูล่า ด้านล่างนี้คือรายชื่อเว็บไซต์ที่ผู้ที่อ้างตนว่าเป็นทนายความผู้รับมอบอำนาจควรติดต่อไปเพื่อให้ลบข้อความต่างๆ ออกด้วย

มีใครเคยได้ยินชื่อ คลับเพนนินซุล่าบ้างไหม

รางวัลที่พักฟรี!คลับเพนนินซูล่า ! ระวังโดนหลอก ! ภัยสังคม!

ใครเคยได้บัตรที่พักฟรี ที่ลากุนน่าบ้างค่ะ

เชิญฟังคลับเพนนิน แจกที่พักฟรี

ระวัง บริษัท หลอกขาย Package ท่องเที่ยว ( Quality Vacation Club )

เตือนภัย ท่านที่ได้รับโทรศัพท์ว่า คุณคือผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลเป็น ที่พัก โรงแรมสุดหรู 7 คืน

Quality Vacation Club ที่พักฟรี กับปัญหาที่ตามมา

ใช่เลย คลับเพน'
แบบแม่ของฝ้ายไปนั่งฟัง
สามชม.แบ่บบบ
แม่ก็สงสัย ๆ ถามตลอด
001259
20 ก.ค. 2550 เวลา 19:39 น.
หัวหน้าที่ทำงานเคยได้รับคะ
แต่ด่ากระจุยเลย
Squre-icon
20 ก.ค. 2550 เวลา 19:42 น.
ที่นี่ก็มีค่ะ มากันเป็นพรวน ตอนแรกไม่รู้นึกว่าได้จริงๆ ก็พยายามนัดเลื่อนไปเรื่อยๆเพราะไม่ว่างแต่ก็อยากได้

หลังๆมันมาอีกเยอะมากๆๆ คลับโน้นคลับนี้ แล้วไอ้ที่เลื่อนไว้ก็มาพูดจาไม่ดีใส่ ระดับความถี่การโทรเริ่มมาอยู่ที่ 5 ครั้งต่อ 1 วันทั้งเบอร์บ้าน เบอร์มือถือ ไม่รู้มันไปเอามาจากไหนกัน

ครั้งล่าสุดเลยด่ามันไปว่า ชั้นมีเงินขนาดนี้ไม่ง้อไปพักฟรีหรอก กุซื้อราคาเต็มได้เลิกโทรมาซะทีไม่ได้บ้าของฟรี แล้วมันก็หายกันไปหมดพร้อมกันเลย

แต่เคยส่งคนรู้จักไปคลับนึง คลับแรกนั่นแหละ ก็กลายเป็นว่าพยายามขายแพคเกจ ถ้าเราไม่มีทีท่าว่าจะซื้อก็จะมากระแนะกระแหน แทบจะเปิดประตูให้ออกจากงานกันเลย

ไม่น่าเชื่อเดี๋ยวนี้คนเราหากินกันแปลกๆเน๊อะพี่บอยเน๊อะ
000884
21 ก.ค. 2550 เวลา 05:29 น.
กรี๊ด ตามไปอ่านเจอในพันทิบมา โดนหลอกกันยกกรุง เสียหายล้านเจ็ดสิบเอ็ดแสน

000884
21 ก.ค. 2550 เวลา 05:44 น.
ก่อนหน้านี้มีพี่คนหนึ่งเคยเล่า ให้ฟังว่ามีแบบนี้ไม่รุว่าใช่อันเดียวกันหรือป่าว แต่พี่เค้าไม่มีเวลาไปอ่ะค่ะ เค้าตื้ออยู่หลายครั้ง แต่ไม่มีเวลาไปจริงๆ เลยไม่ได้ติดต่อกลับมาอีก
001286
21 ก.ค. 2550 เวลา 23:16 น.
เดี๋ยวถ้าเจอคุณสรยุทธ์หรือคุณกนกจะจัดการให้ครับ

หรือถ้าเจอรอง ผบ.ตร หรือ ผบ.กองปราบ ก็จะพูดให้ฟังครับ ... พอดีเคยได้ทำงานกับคนพวกนี้ครับ

ถ้ามีโอกาศนะครับ ... คนประเภทนี้ต้องรักษาด้วยอะไรแข็งๆครับ : )


ขอบคุณครับ สวัสดีครับ
000050
18 ส.ค. 2550 เวลา 13:12 น.
ผมเพิ่งได้รับโทรศัพท์ว่าเป็นผู้โชคดีเมื่อไม่กี่นาทีนี้ แต่ดโชคดีที่มาเจอกระทู้นี้เสียก่อนขอบคุณครับ เบอร์ที่ใช้โทรมาคือ 085-9803656
CHUT
8 ต.ค. 2550 เวลา 18:57 น.
วันนี้เราก็เพิ่งได้รับโทรศัพท์เหมือนกัน
เค้าจะพยายามถามแต่รายได้เป็นประเด็นหลักเลย..เรารู้สึกแปลกๆ...จึงบอกว่าไม่เข้าใจที่คุณพูดมาทั้งหมดเดี๋ยวจะโทรกลับไปถามอีกครั้ง กำลังทำงานอยู่.........แล้วรีบโทรให้แฟนsearchหาข้อมูลเกี่ยวกับคลับนี้ด่วน
ขอบคุณนะที่ให้ความกระจ่างแก่เรา
หากมีเบอร์นี้โทรมา คุณนั้นแหละคือคนต่อไป...คริคริ(084-0885418)
เกือบโดนหลอก
8 ต.ค. 2550 เวลา 22:46 น.
เพิ่งได้รับโทรศัพท์เมื่อกี้นี้เองอ่ะ เบอร์0840885422 เกื่อบไปแว้ว
poo
30 ต.ค. 2550 เวลา 17:58 น.
เกือบโดนหลอกเหมือนกัน

ประมาณพุธที่ 24 ต.ค. เราไปเดินที่ซีคอน มีคนมาขอข้อมูลโดยอ้างว่ามาจากบริษัทท่องเที่ยว ตอนแรกเราก็บอกปัดไปว่า ไม่มีเวลา แต่น้องเค้าบอกว่าไม่เกิน 1 นาที ด้วยความไม่คิดอะไรเราก็ให้ข้อมูลไป

ตกวันเสาร์ที่ 27 เวลาประมาณ 16.00 น. เบอร์ 0840885422 เนี๊ยะแหละ โทรมาบอกว่า "คุณคือผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลเป็นที่พัก โรงแรมสุดหรู 7 คืน สามารถเข้าพักได้ทั้งครอบครัว" เราก็เริ่มคิดแล้วว่า อะไรมันจะได้ง่ายดายขนาดนั้น จากนั้น เขาก็พูดไปเรื่อย ๆ ว่ามีแบบนั้นแบบนี้ ตอนนี้เรามีหางบัตรอยู่มั้ย จะได้ยืนยันข้อมูลตรงเลขหางบัตร แต่บังเอิญ วันนั้นหาไม่เจอ แต่พวกมันก็มีข้อมูลของเราอยู่แล้ว และมันก็บอกให้เราจดเลขหางบัตรไว้ เวลามารับบัตรที่พัก โดยกำหนดว่าเป็นวันอาทิตย์ที่ 28 หรือวันอังคารที่ 30 เวลา 15.00 ที่ชั้น 3 ซีคอน แล้วมันก็บอกเราว่าสามารถพาสามีมาได้ด้วย แล้วยังถามว่าเรามีลูกไหม อายุเท่าไหร่ เราก็บอกไปว่า 3 ขวบ มันกลับบอกว่าไม่ให้นำลูกมา ให้มากันแค่ 2 คน เราก็เอะใจว่ามีแพคเกจเที่ยวทั้งครอบครัว แต่ทำไมให้ไปแค่ 2 คน เราเลยบอกมันว่าเดี๋ยวขอปรึกษาสามีก่อนว่าเค้าจะว่างไปวันไหนให้โทร.กลับมาใหม่อีกครั้ง จากนั้น 18.00 น. (ตรงเวลาเป๊ะ) โทร.มาถามว่าสามีว่ายังไง เราเลยบอกว่าวันอาทิตย์ไม่ว่าง มันยังยุให้มาวันอังคาร เราเลยบอกว่าไม่ว่างเลย และก็ไม่มีเวลาไปเที่ยวด้วย ขอสละสิทธิ์ มันเลยวางสายไปเลย
Annita
1 พ.ย. 2550 เวลา 15:02 น.
เสิร์ชเจอได้ของคุณจากกูเกิ้ลค่ะ เราก็เคยโดนแต่ก็ไม่ได้คิดไรเพราะไม่ไปรู้สึกว่าฮาร์ดเซลเหลือเกินเหมือนพวกแคลิฟอร์เนียหลอกไปรับบัตรเล่นฟรีเลย แล้วเราเองก็เคยอ่านเจอกระทู้แบบนี้ด้วย แล้วก็มีการโทรมาอีกหลายครั้งเรารำคาญมากเลย

เมื่อเช้าเซลล์ห้องพักของโรงแรมเพนนินซูล่าโทรมาหาเราชวนไปinspectห้องเราเลยเล่าเรื่องนี้ให้เค๊าฟัง เค๊าบอกว่าทางโรงแรมไม่มีการขายสมาชิกค่ะ เราก็บอกว่าเราก็เคยเจอโรงแรมอื่นๆมาขายสมาชิกมาก่อนถึงจะตื๊อก็ไม่ใช่รูปแบบนี้อยู่ดี เค๊าเลยบอกว่าเดี๋ยวเค๊าจะไปรายงานนายของเค๊าให้ทราบเพราะมันเสื่อมเสียชื่อเสียงโรงแรม ซึ่งเราก็หวังว่าคงจะแก้ปัญหาได้สักที
Prugsa
2 พ.ย. 2550 เวลา 10:54 น.
ผมไปมาเระก้อไม่เหงมีอารายเลยเผอิญจบนอกมานะฮะ มันเป็น marketting แบบหนึ่งแค่นั้นเอง ถ้าคุณไม่สนใจเขาก้อไม่ได้ว่าอะไรนี่ ผมก็ไม่ได้ซื้อเขาก็ดูแลดี คลับแบบนี้ที่อเมริกามีเยอะครับมันไม่อันตรายหรอกอย่ากระต่ายตื่นตูมนักเลย ถ้าเขาเป็น mareting ของโรงแรมก้อไม่เสียหายหรอกครับ เท่าที่ผมรู้มานะ ถ้าเป็น marketing ของบริษัทนี่สิอันตราย เมืองไทยแบบนี้มี 2-3 ที่มั้งครับเพราะถามน้องที่เขาเป็นเซลเขาบอก คิดมากจังคนไทยเปิดรับอะไรใหม่ๆบ้างครับไม่เข้าข้างใครแค่พูดตามความจริงที่เจอมา เมื่อไหร่คนไทยจะมีความคิดเป็นของตัวเองล่ะครับอยากรู้ก็ลองไปเลยแบบผม ไม่งั้นก็เป็นกบในกะลาต่อไปเราไม่ซื้อเขาก็ไม่ได้อะไรนี่แถมได้บัตรมาอีก5555
kk
14 พ.ย. 2550 เวลา 03:08 น.
คุณ kk ลองตามไปอ่านหลายๆ กระทู้ที่มีคนโพสต์ตามเว็บต่างๆ ดูนะครับ แล้วจะรู้ว่าเราไม่ซื้อแล้วเขาปฏิบัติต่อเราอย่างไร

ผมว่าถ้าเป็นคนทั่วไปที่ได้บัตรมาโดยไม่โดนพฤติกรรมที่ทำให้รู้สึกลำบากใจ ก็คงไม่จำเป็นต้องมาใช้คำพูดเสียดสีเชิงเปรียบเทียบว่าคนที่ไม่ไปเป็นพวกกบในกะลาหรอกครับ คนที่พูดเสียดสีน่าจะเป็นเพราะเสียผลประโยชน์บางอย่างจากการที่มีคนรู้ทันและไม่ยอมเสียเวลาไปรับบัตร พอเสียผลประโยชน์แล้วก็เลยต้องใช้ marketing เข้ามาแก้เกมด้วยการแสร้งทำเป็นคนทั่วไปที่ไม่ได้เข้าข้างใคร แล้วมาเล่าว่าไปแล้วไม่เห็นมีอะไร แถมได้บัตรมาฟรีๆ ก็เพราะหวังว่าคนที่มาอ่านเจอจะได้ไว้วางใจและทดลองไปด้วยตัวเองดู

ป.ล. เป็นคนไทย ไม่ว่าจะจบในหรือจบนอก น่าจะใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องหน่อยนะครับ

"ผมไปมาเระก้อไม่เหงมีอารายเลย" ต้องสะกดว่า "ผมไปมาแล้วก็ไม่เห็นมีอะไรเลย"
jj
14 พ.ย. 2550 เวลา 23:58 น.
เราเพิ่งได้รับโทรฯ จากสมพล เบอร์ 084-0885423 เป็นเบอร์คล้ายกันแต่ ต่อมาจากคุณเกือบโดนหลอก กับคุณ poo เท่านั้นเองของเราที่ฟังมานะคือวันที่ 23 พ.ย 50 เมื่อวานเองพูดเหมือนทุกๆข้อมูลผสมกันเลย
- ขอบคุณทุกข้อมูลแล้วจะได้ไม่ไปให้เสียเวลา ความรู้สึก และโมโหมัน
ดีใจจังที่มาอ่านก่อน เพราะเอะใจแล้วทำไมได้ง่ายจังฟังเค้าพูดรุ้สึกแปลก ทำไมต้องย้ำอยู่นั่น ว่าฟังให้ครบ 2 ชั่วโมง
- พอวันนี้เราโทรไปถามที่หมายเลข02-5760307 โอนสายกันไปมาแล้วตอบนำเสียวแบบกล้าๆกลัวๆ พูดไม่รุ้เรื่องแล้ววางสายใส่เรา
- ฮ่า ฮ่า ฮ่า เราฉลาดกว่าพวกองค์กรหลอกๆๆ
polla
24 พ.ย. 2550 เวลา 18:55 น.
ก็ผมไปมาก็ไม่มีอารายนี่ครับคุณ jj ผมขอโทษจริงๆครับคุน jj ถ้าสงสัยอะไรก็ไปที่ สคบ.สิครับง่ายดี คือที่ผมพูดไปเนี่ยเพราะที่อเมริกาผมโดย มาเยอะทั้งที่พักฟรี อาหารฟรี ที่ผมว่ากบในกะลาก็ขอโทษล่ะกัน และผมก็ไม่ได้ทำงานกับเขาด้วยน่ะครับ..เขาก็ไม่ได้ให้เงินผมนี่ครับผมมีปัญญาหาน่ะครับ..ผมว่าแทนที่คุณ jj จะเอาเวลามาเสียกับผมนี่สู้เอาเวลาไปหาเงินดีกว่า หรือถ้าไม่พอใจบริษัทเขาก็ไป สคบ. เหมือนที่ผมบอกครับ รวมตัวกันไปเลย ผมให้กำลังใจครับ ทุกอย่างในโลกนี่มีอะไรสมบูรณ์หรอกครับแม้ตัวผมรึคุณ jj ครับ คงเข้าใจดีเนอะ แค่ว่าใครเจออะไรดีไม่ดีมาแค่นั้นเอง ผมแค่เจอส่วนที่ดีมา ก็เล่าให้ฟังเฉยๆ ก็โดนกล่าวหาว่าเป็นพวกเดียวกับมันอีก เซ็ง..ป.ล..ขอโทษอีกครั้งที่ว่ากบในกะลาผมอาจใช้ภาษารุนแรงหน่อยแต่คงเห็นภาพดีนะครับ....คราวนี้ผมพิมพ์ตรงแล้วนะครับคุณ jj
kk
18 ธ.ค. 2550 เวลา 00:55 น.
เห็นด้วยกับคุณKKนะคะ เพราะดิฉันก็เคยไปนั่งฟังเหมือนกันและก็ได้รับที่พักมาแล้วด้วย ลองจองแล้วที่พัทยาก็ได้รับเมล์ตอบกลับมาว่าได้ถึงแม้จะไม่ตรงวันที่จองไว้แต่ก็ได้ไป ห้องพักก็ปกติประมาณ3ดาวแต่เป็นบัตรฟรีก็โอเคนะคะ จะเอาอะไรมาก แค่พักได้จริงตามที่เค้าแจ้งก็โอเคแล้วค่ะ แล้วก็บอกเค้าว่าตอนนี้ยังมีภาระคงไม่มีปัญญาจ่ายในตอนนี้และไม่มีเวลาเที่ยวด้วย น้องที่ดูแลก็บอกว่าไม่เป็นไรพี่ แค่อยู่ให้ครบ2ชม. เพื่อเค้าจะได้ทำงานเสร็จตามเวลาพรีเซ้นท์ก็พอ
มินท์
12 ม.ค. 2551 เวลา 18:05 น.
ตอนนี้สนใจอยากสมัครสมาชิกของ QVC อยู่ค่ะ
แต่ว่าพอได้อ่านกระทู้ แล้วรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจซักเท่าไร รบกวนคุณ kk ที่เคยเป็นสมาชิก มาให้ข้อมูลหน่อยค่ะ ว่าการบริการของบริษัทเป็นอย่างไรบ้าง
ขอบคุณมากค่ะ
bunny
22 ม.ค. 2551 เวลา 15:23 น.
บริษัทนี้หลอกลวงจริงๆผมเคยทำงานที่นี่มาก่อนเข้าข่ายหลอกลวงและต้มตุ๋นผมปรึกษาทนายมาแล้วถามตำรวจก็แล้วเข้าข่ายจริงไม่ใช่เรื่องน่าตลกจริงๆไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะครับ
จ้า
1 ก.พ. 2551 เวลา 00:07 น.
เคยโดนให้ไปมาแล้วเหมือนกันแฟนเราเขานึกว่าจะได้จริงๆ แบบอยากพาทุกคนที่บ้านไปเที่ยว แต่เราอ่ะไม่เชื่อ เอาเบอร์มือถือดทรมาเปลี่ยนเบอร์ตลอดเลย แล้วก็โทรตามจิกๆๆจิกๆ ของฟรีไม่น่าจิกขนาดนี้อ่ะ เราเลยขอตัวออกมาก่อนบอกมีธุระ เราถามไงว่าowner trip คืออะไร ไม่ยอมตอบให้เราฟังสัมมนา แล้วคนดูแลก็พยายามถามนู่นนี่แบบดูไม่จริงใจเลยอ่ะ อย่าไปเลยโดนหลอก
pp
19 ก.พ. 2551 เวลา 07:36 น.
ผมเพิ่งได้รับการติดต่อให้ไปรับบัตรครับ เอะใจจึงหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตดูครับ ผมพยายามบอกน้องที่โทรมาว่ารายได้ไม่ถึงแต่เค้าทำเป็นว่ากรอกมาผิดให้เรามีรายได้เกินห้าหมื่นครับ คิดว่ามีพิรุธมากเลย ขอบคุณทุกข้อมูลเลยมีประโยชน์มากๆ ไม่อยากไปเพราะเป็นคนใจอ่อนครับ คงลำบากมากถ้าถูกตื้อให้ซื้อแพคเก็จ ครับ
ปิยพล
29 ก.พ. 2551 เวลา 06:02 น.
Time Sharing โดนคุกแสนปีไปแล้ว

http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000026785
qq
4 มี.ค. 2551 เวลา 21:29 น.
เราเจอเหมือนกันค่ะ พอดีวันเสาร์ไปซื้อของที่จตุจักร ขากลับจะเดินไปลานจอดรถมีเด็กวัยรุ่นมาของข้อมูลเพื่อกรอกลงแบบสอบถาม เราเห็นว่าไม่ได้อันตรายอะไรเลยให้ชื่อเล่นกับเบอร์โทรศัพท์ แล้วก็โทรมาหาเราเพิ่งวางหูไปเมื่อชั่วโมงก่อนนี้เองค่ะ เบอร์08598010xx โทรมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วสองครั้งแต่ไม่ได้รับเลยโทรกลับไป พอรู้ว่าเป็นพวกนี้ก็เลยรีบวางหู วันนี้พอโทรมาอีกก็เลยลองฟังดูเพราะโดยส่วนตัวเป็นคนเชื่อว่าของฟรีและดีไม่มีในโลก ไม่มีใครให้อะไรฟรีๆหรือก คนที่พูดชื่อไรฟังไม่ทันค่ะพูดเร็วอย่างกะจรวดจับใจความได้น้อยมาก เลยถามไปว่าเป็นที่พักในเครืออะไรนะคะ เขาก็ตอบเร็วๆรัวๆส่งๆ แล้วก็อยากให้เราไปฟังการเปิดโรงแรมที่เซ็นทรัลเวิลด์วันเสาร์อาทิตย์ ก็ถามเราว่าว่างวันไหนบ้าง เราก็ไม่ได้ยืนยันวันหรอกเค้าก็เลยบอกว่าจะโทรมาอีกทีวันศุกร์เพื่อจะได้ยืนยันและออกบัตรหน้างานให้เพราะบัตรวีไอพีไม่ได้มีสำรองไว้มีจำกัดไม่กี่ที่นั่ง(ว่าไปนั่น) พอวางหูแล้วเราเลยลองค้นหาข้อมูลดูเพราะคิดไว้แล้วว่าน่าจะเป็นพวกขายอะไรซักอย่าง แล้วก็เจอข้อมูลร้องเรียนจริงๆ มันก็จริงที่เป็นการตลาดอย่างหนึ่งไม่ได้เถียงแต่เราว่ามันขาดหลักจริยธรรมและจรรยาบรรณไปหน่อยนะคะ สังคมเมืองไทยกับเมืองนอกไม่เหมือนกันนะคะหากมีการสนับสนุนให้มีแผนการตลาดแบบนี้ไปเรื่อยๆ สังคมไทยคงอันตรายไปทุกหย่อมหญ้า ที่หลายๆท่านมาให้ข้อมูลนั้นเป็นเรื่องดีเพราะเป็นการเตือนคนอื่นที่อาจใจอ่อนแล้วต้องเสียเงินเยอะโดยใช่เหตุ ใครใจแข็งก็ดีไป แต่การตลาดพวกนี้เค้ารู้อยู่แล้วว่าคนไทยน่ะใจอ่อน เกรงใจคน อะไรช่วยกันได้ก็ช่วย หากไม่หยุดกระบวนการแบบนี้ก็คงเดือดร้อนกันหลายคนซิคะ
miss T
5 มี.ค. 2551 เวลา 11:05 น.
โดนเหมือนกันครับ
เพิ่งจะเซ้นสัญญาไปเมื่อไม่นานมานี้เองครับ
เซ้งจิงๆ มัดจำไปเป็นหมื่นเลย
เพราะความโลภแท้ๆ

ก็สงสัยๆ ตะหงิดๆอยู่แล้วนะ ตอนก่อนจะเดินเข้าสถานที่นัด ผมก็ควักมือถือ pocket pc มา search หาคำว่า club peninsula แต่ไม่เจอบล็อคนี้ (บล็อคนี้ต้อง search ด้วยคำว่า club peninsular)
ก็เลยเดินเข้าไปให้เค้าหว่านล้อม เรียบร้อยซะ

ผมว่าจะเอาผิดกับเค้าคงจะยาก เพราะ พวกนี้ใช้ช่องโหว่ของกฎหมาย ในแง่ของสัญญาที่ไม่ระบุเงื่อนไขที่ชัดเจน มาเป็นข้ออ้างว่า คุณได้อ่านสัญญาและยอมรับตามสัญญานั้นๆไว้แล้ว
หรือถ้ากว่าจะพิสูจน์ว่าผิดจริง ก็อาจจะเนิ่นนานเป็น10-20ปี กว่าจะตัดสินคดีความกันจบ แบบในรายของบ.บลิสเซอร์ (http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000026785)

ป่านนั้น คนผิดหรือ พวกตัวการใหญ่ๆที่อยู่เบื้องหลัง ก็เอาเงินไปใช้เป็นหลายสิบล้านสบายใจเฉิบแล้วล่ะครับ

วอนหน่วยงานใดก็ตามช่วยทำอะไรสักอย่าง ให้พวกนี้หมดไปจากเมืองไทยเราเถอะครับ

แต่ถ้ามองอีกแง่นึง ตามที่คุณ kk ได้กล่าวว่า เป็นหนึ่งใน หลายวิธี marketing แล้วทำไมต้องให้ตัดสินใจภายในเวลาไม่กี่ชม.ด้วยล่ะครับ เงินตั้งเป็นแสนนะครับ ทำไมไม่ให้เวลาผู้เข้าฟังได้ไปคิดไตร่ตรองหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อช่วยในการตัดสินใจล่ะครับ ถ้าproductของคุณดีจริงๆ ไม่มีอะไรหมกเม็ดซ่อนอยู่ก็ไม่ต้องกลัวสิครับ

เพราะถ้าดีจริงผู้เข้าฟังเค้าก็จะกลับมาสมัครเองนั่นแหละครับ

อย่างนี้น่าจะเข้าข่ายเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคนะครับ (ถ้ายังไม่นับในแง่ของศีลธรรมและจรรยาบรรณของผู้ขายที่พึงมีควรจะดีกว่านี้นะครับ)
prodigy
6 มี.ค. 2551 เวลา 15:06 น.
เขาคงเห็นเจ้าของเวบยังเด็ก
(อันนี้ไม่ได้ว่าน้องฮันท์แต่อย่างใด)
เขาคงเห็นเวบไดอารี่ของเราเล็กๆ
เขาคงเห็นว่าคงไม่มีใครอยากวุ่นวาย

แต่พันทิปนั้นเจอแดดเจอลม
เจอคนทั้งดีและร้ายผ่านมาร้อยพัน
เขาจะกล้ากับเจ้าของเวบพันทิป
ที่บอกเสียงจริงจังอย่างนั้นหรือ
อ่านดูแล้ว ไม่เห็นมีอะไรจะเขียนถึงไม่ได้
จริงๆ น่าจะคิดและบอกต่อด้วยซ้ำ
น่าจะประกาศด้วยซ้ำว่า หากเจอ
ข้อความแบบนี้ให้ระวังตัว
ไม่ได้ออกไปจากคลับของเรา
นี่อะไรจะฟ้องร้อง ประหลาด จริง
004025
6 มี.ค. 2551 เวลา 15:18 น.
เพิ่งไปมาวันนี้ แต่อ่านกระทู้แล้ว รู้แล้วแต่อยากไปดู ว่าจะเป็นอย่างไร ก็เป็นเหมือนที่พวกคุณคุยกัน แต่ตอนโทรมาครั้งแรกบอกว่าจะได้พักที่เพนนินซูล่าที่พัทยา สมุย ภูเก็ต ฟรี แต่ที่ได้รับมาบอกว่าเป็นโรงแรม 3 ดาวแทน ใช้ห้องฟรี เสียเงินทั้งหมด 960บาท ต่อ4วัน 3 คืน เสียเวลาจริงๆ 3 .5 ชมครึ่ง ไปฟังที่เซ็นทรัลเวริด์ ถ้าไม่คิดอะไรมากถือว่าเสียเวลาไปฟัง และได้ที่พักฟรีมา วิธีการนำเสนอก็เยอะ ให้เสียเงินง่าย มีทั้งผ่อนบัตรและเงินสด หลายวิธีการ ขึ้นอยู่ที่เรามากกว่า ถ้าไม่จ่ายก็ไม่มีใครมาเอาเงินจากกระเป๋าเราได้ เป็นแสนๆ ว่าได้บัตรมาจะไปใช้แต่ไม่รู้ว่าจะได้โรงแรมดีเปล่า ใครไปแล้วช่วยบอกด้วยซิว่าพักที่ไหนบ้าง ..น๊ะจ๊ะ
เล็ก
9 มี.ค. 2551 เวลา 20:56 น.
เคยโดนมาเหมือนกัน รูดบัตรเป็นค่ามัดจำไปห้าหมื่น พอโทรถามโรงแรมเพนนิซูล่าเท่านั้นรู้เลย ว่าโดนหลอก วันรุ่งขึ้นเลยโทรอายัดบัตรเครดิต และขอเงินคืนจากบริษัท รู้มั้ยมันบอกว่า ขอค่าเสียหาย สิบห้าเปอร์เซนต์ ... มันเสียหายอะไรเนี่ย เราทั้งเสียเวลาและเสียรู้ ... ขอให้มันโดนจับเร็วๆ เถิด สาธุ
แจม
9 มี.ค. 2551 เวลา 22:38 น.
สดๆร้อนๆเหมือนกัน
อยู่ดีๆแม่โทรมาบอกว่า มีเจ้าหน้าที่โทรมาจากคลับนี้แหละแล้วบอกว่าแม่เราได้รับรางวัลที่พักฟรี เลือกได้ 3 ที่ มีสมุย ภูเก็ต พัทยาแม่เลยโทรมาบอกเรา....ฟังเสร็จปั๊บ เราก็เอะใจ ลองเข้าอินเตอร์เน็ตหาข้อมูลก่อนดีกว่า ใช้ชื่อคลับเดียวกันเลย โดนเซลล์คนนั้นชื่อ จิรพัฒน์ เบอร์ที่ใช้คือ 08-5980-1029 ระวังกันด้วยจ้า.............โชคดีนะเนี่ยที่รู้สึกแปลกๆ
ลูกที่ดี
20 มี.ค. 2551 เวลา 16:38 น.
วันนี้ก็มีคนโทรมาเหมือนกัน ชื่อคุณกัลยา เบอร์085-9804766 โทรมาบอกว่าเราเป็นผู้โชคดีที่ได้รับบัตรไปเที่ยวฟรี 4วัน 3คืน โดยไม่เสียค่าห้องพัก แต่ต้องเสียค่าจองห้องพัก 900 บาท และค่าเดินทางต้องเป็นคนออกเอง ก็รู้สึกแปลก ๆ ว่าอะไรจะได้มาง่ายดายขนาดนั้นเหรอ อีกใจหนึ่งก็คิดว่าเราโชคดีก็ได้โดยที่ทางนู้นนัดวันไห้มารับบัตรวันรุ่งขึ้นที่ไอทีสแควร์ตอนบ่าย 2 ครึ่ง เราก็ลองโทรมาคุยกับสามีว่าจะไปดีไหม เพราะเราคิดว่าถ้าให้ไปฟังแล้วคิดจะขายแพกเกจก็คงฝันไปก่อนละกันแต่พอมานั่งคิดดูก้เลยมาลองหาในเน็ตดูว่ามีตัวตนจริงหรือไม่ ปรากฎว่าเจอคำเตือนว่าจะโดนหลอกกันทั้งนั้น เลยมั่นใจเลยว่าไม่ไปดีกว่าพรุ่งนี้ เสียเวลาทำมาหากินด้วย
อีกคนที่โดนโทรมาเหมือนกัน
24 มี.ค. 2551 เวลา 23:17 น.
โดยมาเมื่อต้องงานสัปดาห์หนังสือครับ หล หลวมตัวให้เบอร์ไป ปรากฏว่าโทรมาตามา ตาม จนไปตั้งกระทู้ในพันทิพย์ห้องสมุด จนเป็นกระทู้โหวดแล้วครับ แต่ว่าที่กลัวคือ มันมีการมาลบความเห็นของเราด้วย เล เลยชักเร่มหนาว ๆ แล้วว่า จะโดยอีเมล์ขู่ฟ้องหรือเปล่า...
ole
13 เม.ย. 2551 เวลา 17:55 น.
เราก็เกือบโดน นัดเราไปช่วงบ่าย สอง
รอที่ ตึกธนิยะ ชั้น 4 ระหว่างรอ เราเซ็ง ๆ เราก็เลยเปิดเนทเล่น ลองพิมพ์ชื่อ คลับ ที่ว่าดู ปรากฎว่า มีแต่เรื่องหลอกลวง ไม่มีจริง ได้บัตรฟรีจริง แต่เข้าพักสำรองที่พักไม่ได้ เ เรา จะมีประโยชน์อะไร พอได้เวลาเค้าเรียกเข้าห้อง เราก็รีบชิ่ง เลย คนชื่อสุชาติยังโทรมาตามอีก เฮ้อ คนด้วยไทยด้วยกันยังทำกันได้
ถ้ายังโทรมาอีกจะ ว่าให้
เวลามีเรามีค่ามากกว่าชีวิตพวกเค้าอีก
และก้ เสียเงินไม่ว่า แต่ไม่ยอมเสียรู้คนอย่างพวกมันเด็ดขาด ประเทศไทยเที่ยวง่ายมีแต่คนมีน้ำใจทั้งน้าน ไม่ต้องพึ่งคลับอย่างพวกมันเลย+!!!!!!!!!!!!!!!!!!! ไปตายซะ
ss
19 เม.ย. 2551 เวลา 18:49 น.
เมื่อวานก็เพิ่งไปมา มันทุเรศมากขนาดขอไปส้วมมันยังมารอหน้าส้วมเลย มันคงกลัวหนี แค่มันเริ่มต้น present ก็อ่านไต๋มันออกแล้ว
xmen
25 เม.ย. 2551 เวลา 18:40 น.
โดนไปแล้วเหมือนกัน จ่ายมัดจำไปหนึ่งแสน ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไปได้ยังไง โทรแจ้งอายัดบัตร ธนาคารไม่ยอมอายัดให้ บอกเราเซ็นสัญญาไปแล้ว เครียดไปหลายวัน ตัดสินใจไปแจ้ง สคบ. ก็เลยได้เป็นสมาชิกเท่าจำนวนเงินที่จ่าย ก็ดีกว่าเสียเงินไปฟรี ๆ น่ะ แต่ไม่รู้เวลาไปใช้จริง ๆ จะเป็นยังไง เท่าที่ได้ยินมารู้สึกมีหลายรายไปพี่งพา สคบ เหมือนกัน แต่ทำอะไรไม่ได้มาก เพราะสัญญามันรัดกุมมาก มันได้เปรียบเราเกือบทุกอย่าง เฮ้อ ไม่รู้จะมีหน่วยงานไหนไปจัดการกับมันได้ซะทีนะ
pmm
7 พ.ค. 2551 เวลา 23:57 น.
ตกใจมากเพราะเพิ่งสมัครเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเอง กะว่าจะเสริชข้อมูลเกี่ยวกับคลับดู กลับเจอแต่โพสต์ร้องเรียนทั้งนั้น แล้วเวลาแจ้งสคบ ต้องชี้แจงยังไงดีหละค่ะ เพราะโทรไปที่สคบ แล้วเค้าบอกว่าก็เซ็นสัญญาไปแล้วเป็นการตกลงยินยอมกันทั้งสองฝ่าย รบกวนให้คำปรึกษาหน่อยสิค่ะ ว่าต้องชี้แจงอย่างไรทางเราถึงจะเสียเปรียบน้อยที่สุดค่ะ (เพราะยังไงเชื่อว่าเราก็ต้องเสียเงินบางส่วนแน่นอน...)
T-T
12 พ.ค. 2551 เวลา 19:12 น.
คลับฯ ที่ว่า ควรจะใช้ช่องทางนี้ชี้แจงข้อเท็จจริง...

ถ้าเป็นของคลับฯ จริง ก็ยืนยันไปว่า เป็นรางวัลที่คลับฯ ให้จริง

ถ้าไม่ใช่ก็ประกาศเตือนให้ผู้บริโภคระวังตัว

ได้ประโยชน์ทั้งคลับฯ ทั้งผู้บริโภค

...แต่การให้ลบข้อความทิ้ง...มันได้ประโยชน์ตรงไหน
001400
12 พ.ค. 2551 เวลา 19:35 น.
ผมก็โดนหลอกกเสียไป /20000 จองโรงแรมมันก็อ้างว่าเต็มเรื่อย อยากร้องเนียนหรือแจ้งความใครมีความเห็นอย่างไรโททรมาโทรมาคุยกันครับ 0816123608
b
16 พ.ค. 2551 เวลา 13:08 น.
โดนหลอกกันอย่างต่อเนื่อง
เมื่อไหร่ จะเลิกเอาเปรียบผู้บริโภคซะที

เป็นคนนึง ที่โดนเหมือนกันค่ะ
แต่ก้อเอาเงินบางส่วนคืนมาแล้ว

ไม่อยากให้ใครๆโดนอีกเลย เฮ้ออ
อย่าเพิ่งคิดมากเกินไปกันนะคะ
ทุกอย่างมีทางแก้ อะไรเอาเปรียบเรา ก้ออย่าไปยอมมัน!!!
แก้มป่อง
16 พ.ค. 2551 เวลา 19:30 น.
ผมโดนโทรมาชวนเหมือนกัน และก็เกือบที่จะไปฟังแล้ว แต่ก็เริ่มรู้สึกสงสัยกับการถามย้ำๆบ่อยๆเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวของเรา ทั้งเรื่องรายได้ สถาณภาพ ฯลฯ เลยเข้า net หาข้อมูลดู ปรากฎว่า เจอข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพียบเลย ช่วยกันกระจายข้อมูลนี้ด้วยก็ดีนะครับ เพราะสงสารคนที่เสียเงินจองไป เค้าจะร้องเรียนกับใครหละ ส่วนผมตอนนี้ก็mem เบอร์ของเจ้าหน้าที่ที่โทรตามไว้ทุกเบอร์โดยใช้ชื่อว่า อย่ารับ...ไม่รับ...หรือ เบอร์มาร หรือ พวกขี้โกง แทนครับ จะได้ไม่รับตอนที่พวกนั้นโทรมา...
โจ้
22 พ.ค. 2551 เวลา 14:31 น.
ประเทศชาติวุ่นวายมากพอแล้ว ทำไมถึงยังทำร้ายกันเองอย่างนี้...จำไว้นะครับ ของฟรีไม่มีในโลก...จะมีหน่วยงานไหนตรวจสอบพฤติกรรมของบริษัทแย่ๆพวกนี้ได้ไหมครับ...ชวยปราบปรามให้สิ้นซากทีเถอะ
พจน์
22 พ.ค. 2551 เวลา 14:36 น.
วันนี้เจอเหมือนกันเซลชื่อคุณฟ้า
เบอร์ 084-0885413 โทรมาชวนฟัง
ที่ซีคอนบอกว่าเราโชคดีได้พักโรงแรมฟรี
ฟรีที่พัทยา ภูเก็ต สมุย จ่ายเงินค่าธรรมเ
เนียมแค่ 960 บาทอย่างนี้หลอกชัวร์ใ
ใช่มั้ย ใครเจอแบบนี้บอกด้วยเพราะเ
เกือบหลวมตัวไปฟังเหมือนกัน เขานัดวันท่
วันที่ 24 พค. 51 เวลา 14.40 น. ดีนะเจอ
กระทู้ซะก่อน ดีใจจังตังค์ยังอยู่
ผู้หวังดี
23 พ.ค. 2551 เวลา 22:19 น.
อย่าเพิ่งตัดสิน ถ้ายังไม่ได้ประสบด้วยตัวเอตัวเอง ใครจะหลอกพวกคุณได้ พวกคุณไม่ใช่เด็กประถมนิ วิจารณญานก้อคงมี อย่าฟังความข้างเดียวครับ
ผมว่าถ้าบริษัทพวกนี้มันหลอกลวงจริงๆ มันคงอยู่ไม่ได้หรอกเพราะ ผมเห็นกระทู้เกี่ยวกับพวกนี้หลายเวบเหมือนกันโดยเฉพาะ พันทิพ และเวบ สคบ ผมว่าสคบ หรือตำรวจต้องทำอารัยสักอย่างแน่ครับถ้ามันเปนบริษัทหลอกลวงจริง ผมก้อไม่เคยไปฟังหรอกนะครับแต่อยากให้ทุกคนลองเปิดใจให้กว้างกันดูก่อน ก่อนที่จะไปสบประมาทเค้า อย่าฟังความข้างเดียวใครบอกไม่ดีคุณก้อว่าไม่ดี ใครบอกดีคุณก้อว่าดี ผมว่าในโลกอินเตอร์เนตมันเชื่อถือไม่ได้ซะหมดหรอกครับ เพราะมันมีการตลาดเข้ามายุ่งเกี่ยว อาจจะมีผู้ไม่หวังดีก้อได้ครับ เพราะฉะนั้นลองเปิดใจให้กว้างดูครับ ถ้ายังไม่ได้ไปฟังด้วยตัวเองก้ออย่าเพิ่งตัดสินว่ามันไม่ดี แต่ถ้าไปฟังมาแล้วว่าไม่ดีจริงก้อช่วงหาหลักฐานมายืนยันครับ นั่นถึงจะบอกได้ว่าไม่ดีจริง
อยากให้คนไทยเลิกงมงายและเชื่อคนง่าย
31 พ.ค. 2551 เวลา 02:30 น.
ร่วมด้วยช่วยกัน

เพิ่งโดนเมื่อกี้นี้เอง คนโทรมาชื่อ วัชรพงศ์ แต่ว่าใช้เบอร์โทรเหมือนกันคนอื่นๆที่เคยโพสไว้ 084 088 5422 ให้ไปที่ธนิยะพลาซ่า ชั้น 3

พอดีวางหูเส็ด เห็นว่า ของฟรีไม่มีในโลก ก็เลยลองหาข้อมูลในอินเตอร์เนทดู ถึงได้รู้ว่าไม่ควรไป เกือบไปแล้น
ปู
6 มิ.ย. 2551 เวลา 16:15 น.
เหตุที่เราเล่นมันไม่ได้เนื่องจาก
------------------------------------------------
- มันจดทะเบียนบริษัทถูกต้อง เพียงแต่มันใช้กลยุทธทางการขายไปในทางที่ผิด

- มันไม่มีทางระบุในสัญญาว่า มันจะต้องให้อะไรกับสมาชิกบ้าง เช่น สมาชิกจะได้พัก รร 4-5 ดาวทั้งในและ ตปท 7 วันต่อปี กรณีที่จองไม่ได้สามารถยกยอดได้ หรือรายละเอียดต่างๆที่ sales มันใช้ในการโฆษณา และพอถามถึง มันจะบอกว่าจะมีอีกบริษัทหนึ่งชื่อฮัทถึสัน จะเป็นคนอธิบายการใช้บัตรสมาชิกเอง

- ถ้าถึงเวลาจริงๆแล้วเราไม่ได้รับบริการตามนั้น ทางฮัทถึสันก็จะบอกว่า เขาไม่รับรู้ว่าทาง QCV บอกกับทางลูกค้าว่าอย่างไรบ้าง

- ส่วนทาง QVC ก็จะบอกว่า การที่คุณจองที่พักไม่ได้ เพราะคุณไม่ได้จองล่วงหน้านานๆหรือไม่มีตัวเลือกโรงแรมอื่นๆให้กับทางฮัทถึสันจัดการจองให้

- มันไม่ยอมให้หลักฐานว่ามัน present อะไรบ้างให้กับพวกเราหรอก

สำหรับผู้ที่เป็นคนที่ขี้เกรงใจ ขี้รำคาญ ใจอ่อน มีจิตเมตตาเกินไป ให้ลองวิธีเหล่านี้ดู
- ต้องรวบรวมผู้เสียหายให้เกิน 20 รายแล้วฟ้องกองปราบ นั่นคือ ทั้ง 20 รายนี้จะไม่ได้เงินคืนเลยนะ แต่ได้ส่งมันฟ้องคดีอาญา ติดคุกหัวโต แต่... ระวังมันปิดบริษัทหนีล่ะ

- ฟ้องร้อง สคบ โดยตัวแทนฝั่ง สคบ ชื่อกิตติ วิธีนี้คุณอาจจะได้เงินคืนมาบางส่วน แต่คนชั่วจะยังคงลอยนวลต่อไป
(แล้วสอนว่า อย่าไว้ ใจมนุษย์
มันแสนสุด ลึกล้ำ เหลือกำหนด
ถึงเถาวัลย์ พันเกี่ยว ที่เลี้ยวลด
ก็ไม่คด ถึหนึ่งใน น้ำใจคน)

การฟ้องร้อง ต้องกระทำภายใน 90 วันหลังจากที่โดนมันหลอก
อย่ายอมมันครับ
8 มิ.ย. 2551 เวลา 15:32 น.
เป็นผู้หนึ่งที่ต้องเสียค่าโง่เหมือนกันครับ แต่โดยส่วนตัวแล้วไม่เคยหลอกลวงใครก็เลยไม่ได้นึกถึงตรงนั้น ตอนที่ฟังก็ตั้งใจซื้อบริการจริงเพราะครอบครัวของผมเป็นคนชอบท่องเที่ยวอยู่แล้ว แต่ก็ไม่นึกเลยว่าเดี๋ยวนี้คนเราจะทำร้ายผู้อื่นได้ขนาดนี้ หาเงินบนความทุกข์ของผู้อื่น ไม่รู้ว่าคนพวกนี้มีความคิดอย่างไรกัน หากครอบครัวพวกเจ้าหน้าที่ที่ QVC โดนเองบ้างเค้าคงสำนึกและนึกถึงบาปกรรมที่ตัวเองทำไว้ เฮ้อ..ส่วนใครที่จ่ายเงินไปแล้ว พยายามติดต่อขอคุยกับQVC พร้อมทั้งเตรียมเอกสารไปเลยว่าขอยกเลิกสัญญา พร้อมทั้งให้เหตุผล (อย่ายกประเด็นว่าเราไม่มีเงินจ่าย หรือไปเห็นตามเว็ปไซด์ว่าเค้ามีการโพสต์ยังไงนะครับ แต่พยายามลองนึกให้ดีว่าเค้าพูดเกินจริงอย่างไรบ้าง ข้อมูลจริงที่เรามีเป็นอย่างไรหลังจากเช็คเอง เช่น การโทรศัพท์ ข้อมูลโรงแรมจริงที่ประกาศไว้) มันก็จะมาเกลี้ยกล่อมเราครับ และสุดท้ายมันก็บอกว่ารับเรื่องไว้ จากนั้นมันก็จะโทรมาหาเราว่ามีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น (อันนี้ก็แล้วแต่ใครโดนมากโดนน้อยนะครับ ประมาณว่า 10 - 15%) พยายามเข้านะครับ สุดท้ายอยากฝากให้คิดว่าถึงแม้จะเจอคนเลว เราก็อย่าได้เลวเหมือนเค้านะครับ แต่พยายามเตือนผู้อื่นให้ได้รู้ และพยายามอยู่ห่างจากความเลวนั้นครับ ส่วนความเลว ก็ขอให้มันจงบรรลัยไป
อีกคนหนึ่ง
11 มิ.ย. 2551 เวลา 20:29 น.
ผมก็โดนไปเหมือนกันเอารูปคนที่เคยสมัครมาโชว์เยอะเลยผมว่ามันแปลกๆนะครับเลยลองโทรไปถามเพื่อนดูปรากฏว่าพึ่งสมัครไปไม่ถึงปีอยู่ๆก็มีโทนศัพย์โทรมาบอกว่าบัตรหมดอายุให้เสียค่าต่อบัตรอีกเพื่อนผมนี่งงเลยผมว่ามันแปลกๆๆนะแล้วพวกที่เข้ามาแก้ตัวให้น่ะไม่รู้ว่าเป็นพวกใน QVC. เข้ามาช่วยกันโพสเชียร์กันเองหรือเปล่าน่ะครับผมก็เป็นคนหนึ่งที่เข้าไปฟังมาแล้วรู้สึกแปลกๆๆน่ะครับ
สามพราน53
15 มิ.ย. 2551 เวลา 23:12 น.
ดิฉันก็เป็นเหยื่อรายหนึ่งที่เสียทั้งเงินและความรู้สึก คือ เมื่อตอบตกลงซื้อแพ็คเก็จที่เขาเสนอมา โดยเรียกเก็บผ่านบัตรเครดิต รายเดือนละ 10,000 บาท วันทำสัญญาเก็บทันที 10,000 บาท แต่ยังไม่สามารถใช้สิทธิตามที่เสนอได้จนกว่าชำระเงินครบจำนวนตามสัญญา และให้บัตรที่พักฟรี 1 ใบ และเมื่อต้องการใช้สิทธิผ่าน Mail ได้รับแจ้งกลับว่า ยกเลิกคอนแท็คกับทางประเทศไทยแล้ว จึงไม่อยากให้มีเหยื่อรายต่อไป
โดนแล้ว
24 มิ.ย. 2551 เวลา 16:16 น.
โดนไป 20,000 บาทเหมือนกันค่ะ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 51 นี้เอง ตอนนี้เครียดมาก อยากได้เบอร์โทรเพื่อนๆที่โดนโกง เพื่อมาปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรกับบริษัทนี้ดี เราอยากได้เงินคืน แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็อยากใหบริษัทนี้ถูกดำเนินคดี เพื่อไม่ให้คนอื่นต้องถูกหลอกอีก
โทรมาคุยกันหน่อยนะคะ
อาภาสิริ
083-999-5818
อาภาสิริ ถิรนุทธิ
6 ก.ค. 2551 เวลา 23:58 น.
ตัวเองก็โดนไป 200000 แถมรายปีอีก หมื่นกว่า มันไม่เชิงหลอก แต่ไม่มีจริยธรรมในการขายเท่านั้น เลยเหมือนหลอก โดยเฉพาะคนที่ซือไปแล้ว จองก็ไม่ว่าง รอเป็นปี ปี โรงแรมเดิมก็ยังโอ แต่ปัจจุบันเลือกไม่ได้เลย สงสัยคนซื้อแบบ 6 คน แต่โรงแรมมีแบบสองคน งงมั๊ย ไปต่างประเทศ มันขายไม่ได้ดูคนเลย เราจะเอาเงินไหนซื้อตั๋วเครื่องบินเป็นแสน เพราะหลายคน งงอีกมะ จรรยาบรรณคนขายไม่มี แค่ รอคนขายจะตกนรกเท่านั้นแหละ ยกเลิกก็ไม่ได้ อยากชวนสมาชิก qvc มาคุยกัน ใครโดนยังไงบ้าง แก้ไขอย่างไร บอกตามตรงเงินเดือนต้องใช้ให้ลูก แต่ต้องมานั่งเก็บเงิน(แทบจะไม่มี)เป็นค่าสมาชิก และ ค่าแลก จิปาถะ จ่ายทั้งนั้น เค้าควรเลือกลูกค้าที่รำรวย ไม่ใช่คนกินเงินเดือนอย่างเรา น่าจะมีการนัดรวมพลนะ
0796
โดนแล้ว
11 ส.ค. 2551 เวลา 16:30 น.
ไปเมื่อวันที่ 9 สค. ที่ธนิยะ ชั้น 4 รอบ 10.30 น. ตอนแรกบอกไปว่าไม่ว่างจะไปต่างจังหวัดตอนบ่าย คนโทรก็พยายามหาเวลาให้ไปให้ได้ ก็เลยลองดู แต่บอกว่าจะไปช้าหน่อยติดธุระ ก่อนวันนัดโทรมาเตือนทุทุกวั นว่าต้องตอบให้เหมือนกับที่ให้ข้อมูลไป พอถึงวันนัดโทรมาตามแต่เช้านับได้ 5 ครั้ง อยู่ตรงไหนแล้ว มาถูกไม๊คะ อีก 5 นาทีโทรมาอีก ถึงไหนแล้ว จะขึ้นทางด่วนมาเลยไม๊ เราบอกไปว่าไปถูก รู้ว่าอยู่ตรงไหนเพิ่งทำธุระเสร็จกำลังไป หลังจากนั้น 5 นาทีก็โทรมาอีกว่าจะถึงหรือยัง เดี๋ยวชื่อจะโดนตัดเพราะข้อมูล online จะตัดชื่อตอน 11.30 น. เรารู้สึกว่าแปลกๆตามจัง ก็เลยเฉยๆทันก็ทัน ไม่ทันก็ไม่เป็นไร ในที่สุกก็ไปถึง 11.32 น. ชื่อก็ไม่ได้โดนตัดอะไร พนักงานถามข้อมูลเพิ่มเติม ให้กรอกเอกสารและข้อมูลคนที่มาด้วย เพื่อนเราชะเง้อมองเข้าไป พนักงานอีกคนบอกว่าห้ามเข้าไปยังไม่อนุญาติ ให้นั่งรอก่อน เราบอกไปว่ามีอาชีพเป็นนักวิเคราะห์โครงการเหมือนเป็นที่ปรึกษาโครงการ พนักงานก็ซักต่อว่าเป็นโครงการอะไร ทำอะไรบ้าง เป็นแบบไหน เพื่อนเราที่มาด้วยกันเริ่มรำคาญ และหงุดหงิดอเลยตอบแทนไปว่า ก็วิเคราะห์โรงแรมนี่แหละ พนักงานอึ้งไปบอกว่าให้รอซักครู่แล้วเข้าไปข้างใน พอเดินออกมาก็บอกกับเราว่าวันนี้พนักงานไม่พอ เอาบัตรไปเลยแล้วกันแต่เป็นโรงแรม 3 ดาว ไม่ต้องฟังแล้ว อธิบายวิธีจอง 2 นาทีก็จบ เราก็เลยถามด้วยความอยากรู้ว่าโรงแรมของคลับมีที่ไหนบ้าง มีโบชัวร์ไม๊ พนักงานบอกว่าบอกไม่ได้และไม่มีโบชัวร์ ให้กลับได้เลย เราก็เลยงงๆ อ้าว เมื่อกี๊ยังตามแทบตาย นี่จะไล่กลับซะแล้ว สงสัยว่าเป็นเพราะอาชีพเราแน่ๆเลย นักวิเคราะห์โครงการ คงกลัวเราจะเอาโรงแรมเค้าไปวิเคราะห์ หุหุ
นักวิเคราะห์โครงการ
13 ส.ค. 2551 เวลา 03:26 น.
มีใครเป็นสมาชิกแล้วไปลองใช้สิทธิบ้างใช้ได้จริงหรือเปล่า กำลังจะยกเลิกการผ่อนชำระชำระเหมือนกัน
ซื้อเหมือนกัน
18 ส.ค. 2551 เวลา 21:04 น.
ตอนนี้ QVC เปลี่ยนเป็น Q-life แล้วผมยังเป็นสมาชิกอยู่ แต่ไม่ค่อยพอใจราคาที่แพง และไม่สมเหตุสมผล

เข้าใจว่าผู้จดทะเบียนบริษัทมีทั้งหมด 4 คน คือ
1. นางสุธาสินี เสตะพันธ์
2. นายกมล เอี้ยวศิวิกูล
3. นายวิทเยนทร์ มุตตามระ
4. นางสาวนิภาพร มั่นหมาย
จดทะเบียนในชื่อบริษัท ควอลิตี้ เวเคชั่น คลับ จำกัด
fun fun
31 มี.ค. 2553 เวลา 09:46 น.
มีคนชนะคดีจาก สคบ แล้ว ชื่อนางสาวพรพิมล ได้เงินคืนโดยเสียค่าดำเนินการ 20,000 บาท ได้เงินคืนเป็นแสน ควรฟ้องให้เสียคืนเงินเป็นล้านมากกว่า
fun fun
15 เม.ย. 2553 เวลา 21:31 น.
ดิฉันเป็นอีกคนหนึ่งที่เป็นสมาชิก QVC แต่ไม่เคยไปใช้สิทธิ์เลย เพราะไม่สามารถ plan ล่วงหน้าทีละหลายๆ เดือนได้ ตอนที่ซื้อก็เซ็นต์ชื่อแบบเบลอ สุดๆ เพราะต้องฟังบรรยายตลอดช่วงบ่ายถึง 2 ทุ่ม ตอนนั้นคิดว่าไม่ต้องเสียค่าบำรุงรักษารายปี และไม่ทันสังเกตุข้อความที่บอกว่า ค่ารายปีจะปรับเพิ่มปีละ 5% เพิ่งมาเห็นทีหลังตอนได้รับใบแจ้งหนี้ ตอนนี้อยากทำยังไงก็ได้ ให้ได้รับเงินคืน แม้จะบางส่วนก็ยังดี โทษที ลืมบอกว่า เป็นสมาชิกตั้งแต่ปี 2552 ค่าสมาชิก 360,000.- บ. ใช้สิทธิ์ได้ 22 ปี แต่ไม่สะดวกด้วยประการทั้งปวง ก็เลยยังไม่ได้ไปใช้สิทธิ์เลย และคิดว่าไม่เป็นธรรมมากๆ กับค่าใช้จ่ายที่พอคำนวณออกมาเป็นเงินหลักล้าน ยิ่งพอได้ข่าวว่า บางคนใช้สิทธิ์จองแล้วก็ไม่ได้ที่พัก ทั้งๆ ที่จองล่วงหน้า หลายๆ เดือน ยิ่งไม่มีความมั่นใจในการให้บริการของ QVC ตอนนี้อยากหาเพื่อนผู้ประสบภัยมาร่วมแรงร่วมมือกัน ฟ้องร้องเอาเงินบางส่วนคืน ยังไงก็ติดต่อมาได้ค่ะ
ที่ สุภาวดี 081-881-3608 และสามารถติดต่อทาง email อีกอันที่ sriviha@gmail.com
สุภาวดี ศรีวิหะ
30 ก.ค. 2553 เวลา 19:10 น.
ดิฉันก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เป็นสมาชิก QVC แล้วก็ถูกหลอกว่าจะให้บัตร Platinum มูลค่า 120,000 บาท แต่พอผ่อนค่าสมาชิกจนครบ 150,000 บาท ถามหาบัตร Platinum ไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนรู้จักบัตรดังกล่าว จนได้คุยกับฝ่ายบริการลูกค้า จึงได้รู้ว่าบัตร Platinumไม่มี มีแต่สิทธิ์ Platinum ที่จองที่พักได้ก่อนสมาชิก QVC คนอื่น หากจองพร้อมๆกัน ส่วนที่ทาง SALE บอกไว้ว่าจะได้สิทธิพิเศษซื้อ Package ต่างประเทศได้ในราคาถูกก็ไม่เป็นจริง เพราะสิทธิซื้อ Package ราคาถูกที่อ้างไว้ สมาชิกทุกคนสามารถซื้อได้อยู่แล้ว ซึ่งเป็นสิทธิ์ของ Get Away Special อยากทราบว่าท่านที่โดนแบบนี้ดำเนินการอย่างไรบ้าง อยากได้รับคำปรึกษาบ้างค่ะ ณิชชดา/089-5142211
ณิชชดา
10 ส.ค. 2553 เวลา 19:28 น.
เคยได้ยินว่าคนจดทะเบียนบริษัทนี้ เป็นถึงผู้อำนวยการช่วยเหลือน้ำท่วม ของรัฐบาล ชุดนี้ได้ยินชื่อทางวิทยุ
เบื่อสังคม
11 ธ.ค. 2553 เวลา 16:22 น.
=== ธุรกิจที่พักแบบ Time Sharing ที่หลอกลวงทั้งหลาย...จงระวังให้ดี...มิฉะนั้นอาจเป็นเช่นนี้!!!===
ตั้งแต่ก่อตั้งศาลยุติธรรมไทย ยังไม่เคยปรากฏว่ามีคำพิพากษาจำคุกผู้ใดนานเป็นหมื่นหรือแสนปีมาก่อน เนื่องจากอายุโดยเฉลี่ยของคนเราประมาณ 60-70 ปี มีน้อยคนนักที่อายุเกินกว่า 100 ปี และเมื่อเดือนมีนาคมต้นปีที่ผ่านมา มีคดีหนึ่งที่น่าสนใจจะบันทึกไว้เป็นคดีประวัติศาสตร์ ซึ่งศาลได้พิพากษาจำคุกจำเลยเป็นเวลา 1 แสนกว่าปี

คดีนั้นคือ คดีแชร์ลูกโซ่หมายเลขดำที่ ด.4756/2537 ของศาลอาญา ถ.รัชดาฯ ซึ่งศาลตัดสินเมื่อวันที่ 4 มี.ค.2551 ให้จำคุก น.ส.อังสุนีย์ พัฒนานิธิ อดีตกรรมการบริษัท บลิสเชอร์ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด, นายแสงทอง แซ่กิม อดีตผู้ก่อตั้งบริษัทและพนักงานฝ่ายขายอิสระ และ นายอรรณพ กุลเสวตร์ อดีตผู้จัดการสาขาศูนย์สีลม เป็นเวลานาน 120,945 ปี ฐานฉ้อโกงประชาชน โฆษณาหลอกลวงชวนเชื่อให้สมัครบัตรสมาชิกท่องเที่ยว พักฟรี 4 วัน 4 คืน ตลอดระยะเวลา 20 ปี

ย้อนหลังไปเมื่อประมาณปี 2535-2536 บริษัท บลิสเชอร์ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ได้เปิดดำเนินธุรกิจจัดสรรวันพักผ่อน หรือ ไทม์แชริ่ง โดยพฤติการณ์เข้าข่ายธุรกิจแชร์ลูกโซ่ เนื่องจากจะมีการโฆษณาชักชวนให้ประชาชนทั่วไปมาสมัครเป็นสมาชิก โดยเงื่อนไขการเป็นสมาชิกมี 2 ประเภท คือ ประเภทบัตรเงิน ลูกค้าต้องจ่าย 30,000 บาท และประเภทบัตรทอง ลูกค้าต้องจ่าย 60,000 บาท โดยอ้างว่า ถ้าสมัครสมาชิกแล้วจะได้ผลตอบแทนอย่างคุ้มค่า เพราะตลอดเวลา 20 ปี สามารถพักฟรีตามโรงแรม หรือรีสอร์ตต่างๆ ที่จัดไว้ ปีละ 4 วัน 4 คืน รวม 80 วัน 80 คืน โดยไม่ได้แจ้งให้ลูกค้าทราบว่าจะต้องชำระค่าบำรุงด้วยอีกปีละ 2,500 บาท และ 4,500 บาท แต่มาแจ้งภายหลังเมื่อได้มีการสมัครเป็นสมาชิกแล้ว และยังกำหนดเงื่อนไขอีกว่าหากลูกค้ารายใดไม่จ่ายค่าบำรุงรายปี ก็ไม่จะสามารถใช้สิทธิประโยชน์ หรือได้รับผลตอบแทนต่างๆ ตามที่บอกไว้ได้ และยังชักชวนอีกว่าถ้าสมาชิกรายใดสมัครเป็นพนักงานฝ่ายขายอิสระ และหาสมาชิกรายใหม่ได้ ทางบริษัทก็จะจ่ายเงินให้อีกจำนวน 5,000 บาท ต่อลูกค้า 1 คน หากหาสมาชิกรายใหม่ได้ถึง 4 คน ก็จะได้รับค่าตอบแทน 20,000 บาท ตลอดเวลา 20 ปี โดยไม่ต้องหาสมาชิกใหม่อีก ซึ่งการสมัครเป็นพนักงานฝ่ายขายอิสระ สมาชิกจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มปีละ 1,500 บาท โดยบริษัทสัญญาว่าจะจ่ายค่าตอบแทนให้ทุกวันที่ 10, 20 และ 25 ของเดือน แต่เมื่อคำนวณการจ่ายค่าตอบแทน ก็จะพบว่า มีการจ่ายค่าผลตอบแทนให้สูงสุดถึง 45 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดและเกินกว่าที่ผู้ประกอบกิจการสุจริตทั่วไปจะทำได้ แต่ก็ยังมีประชาชนที่หลงเชื่อสมัครเป็นสมาชิกจำนวนมาก ภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 ปีที่บริษัทเป็นกิจการ ปรากฏว่า มีประชาชนที่หลงเชื่อ แห่กันมาสมัครเป็นสมาชิกมากถึง 24,189 คน

หลังจากที่รู้ว่าถูกหลอกลวงและฉ้อโกง ก็ได้ไปยื่นร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและการคลัง พร้อมทั้งมีการยื่นเรื่องต่อศาลศาลล้มละลายกลาง กระทั่งต่อมาศาลล้มละลายกลาง ได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์บริษัทและกรรมการบริหาร รวมเป็นเงิน 163.252 ล้านบาท พร้อมทั้งมีคำสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย ส่วนการฟ้องร้องดำเนินคดีอาญานั้น ทางพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องบริษัท บลิสเชอร์ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด, น.ส.อังสุนีย์ พัฒนานิธิ อดีตกรรมการบริษัท, น.ส.ปัรจวรรณ เบญจมาศมงคล อดีตผู้ก่อตั้งบริษัทและผู้ถือหุ้น, นายแสงทอง แซ่กิม อดีตผู้ก่อตั้งบริษัทและพนักงานฝ่ายขายอิสระ และ นายอรรณพ กุลเสวตร์ อดีตผู้จัดการสาขาศูนย์สีลมจำเลยที่ 1-5 ว่า ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและเป็นความผิดตามพระราชกำหนดกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 4, 5, 12 และมาตรา 15 ในเมื่อวันที่ 18 ส.ค.2537 ระหว่างนั้นมีการสืบพยานโจทก์-จำเลยต่อสู้คดีกันเป็นระยะเวลายาวนาน 13 ปี

ในที่สุดเมื่อวันที่ 4 มี.ค.2551 ศาลจึงได้อ่านคำพิพากษาคดีประวัติศาสตร์ดังกล่าว สั่งให้จำคุก น.ส.อังสุนีย์ จำเลยที่ 2, นายแสงทอง จำเลยที่ 4 และ นายอรรณพ จำเลยที่ 5 ฐานร่วมกันพูดชักชวนโดยการหลอกลวงด้วยการปกปิดข้อเท็จจริงประชาชนควรรู้ อันเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และความผิดตามพระราชกำหนดกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 เพราะจำเลยดังกล่าวเป็นกรรมการที่มีอำนาจในบริษัท เป็นผู้วางแผนนโยบายการตลาด รวมทั้งเป็นผู้จัดการอบรมชักชวนให้มีการสมัครสมาชิก ซึ่งศาลระบุความผิดนั้นผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักสุด ฐานฉ้อโกงประชาชน ลงโทษจำคุกคนละ 24,189 กระทงๆ ละ 5 ปี ดังนั้น เมื่อนับรวมโทษแล้ว จึงให้จำคุกคนละ 120,945 ปี

แต่เมื่อพิจารณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 แล้ว ระบุไว้ว่าให้จำคุกจำเลยในคดีที่มีอัตราโทษสูงสุดไม่เกิน 10 ปี ได้เพียง 20 ปีเท่านั้น ศาลจึงพิพากษาให้จำคุกจำเลยที่ 2, 4 และ 5 คนละ 20 ปี ส่วน นายอรรณพ จำเลยที่ 5 ศาลให้นับโทษต่อจากคดีอาญาหมายดำที่ ย.8853/2544 หมายเลขแดงที่ ย.14433/2544 ด้วย ซึ่งศาลอาญาพิพากษาได้จำคุกนายอรรณพ จำเลยที่ 5 เป็นเวลา 17 ปี ฐานมีเสพติดประเภทยาอี จำนวน 92 เม็ด และคีตามีน (ยาเค) จำนวน 10 ขวด เพื่อจำหน่าย ตามความผิด พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ส่วนจำเลยที่ 1 ให้ยกฟ้อง เช่นเดียวกับจำเลยที่ 3 เนื่องจากพบว่าไม่เกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับการวางแผนบริหารนโยบายดังกล่าว

จากคดีดังกล่าว ทำให้เห็นว่า ประชาชนทั่วไปควรจะหาช่องทางมาหากินโดยสุจริต ไม่หลงมัวเมาไปกับความโลภที่คนอื่นมาหยิบยื่นให้ โดยเสนอผลตอบแทนที่สูงเกินความเป็นจริง เพราะอาจจะถูกหลอกกลายเป็นเหยื่อของการโฆษณาชักจูงได้อย่างง่ายดาย แม้สุดท้ายคนผิดจะถูกลงโทษตามกฎหมาย แต่ก็ไม่คุ้มค่ากับเวลาและทรัพย์สินเงินทองที่สูญเสียไป
**********************************************

ที่มา: http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000154273

พวกที่มาขอถามข้อมูลส่วนบุคคลแล้วมาชวนให้ไปฟังบรรยาย(ให้เคลิบเคลิ้ม ) แล้วแถมที่พักให้อย่างกรณี
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E6679770/E6679770.html

ดีใจที่ระบบยุติธรรมสามารถเอาผิดได้ซะที
จากคุณ : patj - [ 5 ม.ค. 52 10:47:37 ]
fun fun
2 เม.ย. 2554 เวลา 14:03 น.
ตอนนี้เรื่องผมก็อยู่ที่ สคบ ไม่มีความคืบหน้าจะทำอย่างไรดีครับ
kd
1 มิ.ย. 2554 เวลา 08:34 น.
เราเพิ่งไปฟังวันนี้มาค่ะ ไม่มีปัญหาอะไรนี่คะ sales กับหัวหน้า ก็คุยสนุก
แฟนเราอ่านกระทู้นี้พอดี หยองเลยตอนแรก ถ้าเจอดีจริงๆ จะทำไงหว่า
ที่นั่น..เราบอกเค้าแต่แรกว่า เราไม่สนใจนะ แอบแซวเค้า ว่าอัดเทปได้ไม๊เนี่ย
เค้าก็ว่า ไม่มีปัญหา ไม่ได้หลอกลวงอะไร

จริงๆ เราก็บอกเค้าว่าเคยไปฟังลา+++น่าแล้วไม่นานนี้ เข้าใจระบบดีทีเดียว
ทั้งลา+++น่า และ absolute เค้าก็เหมือนแข่งกัน
ทำธุรกิจแบบเดียวกันกรายๆ ซึ่งก็ present ดีทั้งคู่
พยายาม close sales หลายครั้งเหมือนกัน แต่เรายืนยันไม่คงไม่สนใจ
เค้าก็ไม่ว่าอะไร ก็ให้บัตรที่พักมาเลย

ถ้าไม่ต้องการจะสมัครจริงๆ เราคิดว่าเพื่อนๆ ลองวิธีนี้ดูไม๊
1. พยายามบอกว่า เราไม่ใช่ type ที่เค้าต้องการ เช่น
- อย่างบ้านเรา ไปเที่ยวต่างประเทศบ่อยๆ ก็จะไปบอกเค้าทำไมหล่ะ
บอกแค่ว่า low profile เคยไปแค่ประเทศเพื่อนบ้าน ซิกๆ
- ไม่ค่อยเที่ยว ไม่ค่อยไปไหน เฝ้าบ้านอย่างเดียว ไม่สวยแต่จน
2. ไม่ต้องอยากรู้ราคามากมาย ให้เค้ามีความหวัง (เสร็จชั้นแน่...ประมาณนี้)
3. คำพูดเปิดใจของเราทุกคำพูด เค้าจะเอามามัดเราทีหลัง
เช่น ชอบเที่ยวถูก <-- นี่ไงถูกแล้ว
กลัวบริษัทคุณเจ๊ง <-- เรามีประกันให้
นานเกินไป <-- นี่ไงลดจาก100 ปี เหลือแค่ 3 ปีแล้ว ทำไมไม่ทำอีก (ล้อเล่นค่ะ)
เงินก้อนไม่มี <-- ผ่อนได้ 0% ด้วย

ดิชั้นเข้าใจว่าคนที่ไปฟัง ส่วนใหญ่ก็รายได้เดือนเกินแสน หรือบวกลบ กันทั้งนั้น
บางครั้งก็ชอบให้คนชื่นชมความเก่ง อาจมีแอบติดโม้ตัวเองเยอะๆ ด้วย
ที่ลา+++น่า ดิชั้นก็ยกตัวเองไว้เยอะ (แต่ก็เป็นเรื่องจริง)
ดังนั้น ที่ absolute ดิชั้นรู้แกวแล้ว ก็พยายามรักษามารยาท และถ่อมตัวเยอะๆๆๆ
(แบบว่ากลัวโดนแบบท่านเจ้าของทู้หน่ะ)

ตอนมีคนพร้อมมมมที่จะสมัคร แล้วเรียกไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึกโชว์
เค้าให้ทุกคนตรบมือให้พร้อมกัน ดิชั้นแอบยิ้มนิดหน่อย
ฝ่ายชายหน้าเจื่อนปุเลี่ยนๆ ทุกคน แต่ฝ่ายหญิงเมียหน่ะ ที่ไปด้วย ยิ้มแป้นตลอด อิ อิ
ดังนั้นคุณเหตุผล (ฝ่ายชาย) เตี้ยมกันกับคุณอารมณ์ (ฝ่ายหญิง) ซะตั้งแต่ในบ้านด้วยนะคะ

สุดท้ายขอบคุณนะคะ ที่แชร์ข้อมูลดีๆ หลายอย่าง วันนี้ดิชั้น
ได้ข้อมูลเตรียมสอบดีๆ หลายเรื่องเลย

fun fun
3 มิ.ย. 2554 เวลา 12:05 น.
((ช่วยโหวตกระทู้ที))นัดรวมตัวขอรายชื่อและข้อมูลเพื่อฟ้อง taipan ไทปันวาเคชั่น ไทม์แชร์


((((ช่วยโหวตกระทู้นี้ทุกวัน วันละครั้ง ด้วยนะค่ะ))))


***เพิ่มเติม 11 พค 2011**********************************

Note:
ถ้าจะให้กระทู้นี้คอยเตือนเพื่อนๆรุ่นใหม่ไปนานๆ + รวบรวมผู้เสียหายรุ่นเก่าให้ได้มากที่สุด ใจเราอยากจะให้กระทู้อยู่บนๆเป็นกระทู้แนะนำ จนกว่าจะรวบรวมผู้ที่คิดว่าตัวเองเป็นผู้เสียหายได้มากกว่า 50 คน

เหตุผล

1. ท่านเลขา สคบ. แนะนำเราว่าอยากให้ เร่ง รวบรวมคนมาเพิ่ม ครั้งละเยอะๆ ทีละ 10 คนขึ้นไป เพื่อรวมน้ำหนักเคสให้ง่ายต่อการจัดการ

2. ทางช่อง 7 รายการเจาะประเด็น จะคอยมาทำสกู๊ปความเคลื่อนไหวของกลุ่มเราโดยตลอด เราไปที่ไหนก็จะมีกล้องช่อง 7 ไปด้วย ทีมงานรายการนี้เจ๋งมากๆ ทางผู้บริหารช่อง 7 เดินไฟเขียวให้เป็นพิเศษ

3. ต้องขอบคุณเพื่อนผู้เคยเสียหายท่านหนึ่งได้แนะนำจากประสบการณ์มาว่า

ถ้ามีผู้เสียหาย > 50 คน หรือเสียหายเกินกว่า 20 ล้านบาท สามารถฟ้องเป็น คดีเศรษฐกิจ ทึ่ DSI (คดีแรก DSI คือ ไทม์แชร์บลิสเชอร์)

ถ้ามีผู้เสียหาย < 50 คน หรือเสียหายน้อยกว่า 20 ล้านบาท สามารถฟ้องเป็น คดีเศรษฐกิจ ทึ่ บ.ก. ป.ศ.ท ฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร

4. เพื่อความเป็นกลางต่อกระทู้อื่นๆ ทาง Pantip ได้ตรวจสอบกระทู้ว่าหากมีประโยชน์และต้องการที่จะให้กระทู้เป็นกระทู้แนะนำต้องอาศัยความร่วมมือของสมาชิกโหวตวันละ 1 ครั้ง แต่ก็อย่า pm ขอมากจนคนอื่นที่ไม่มีอารมณ์ร่วมด้วยอาจรำคาญได้ -_-'

***************************************************

สืบเนื่องจากที่มีผู้รักการท่องเที่ยวหลายท่านได้ไปทำสัญญากับ บริษัท ไทปัน วาเคชั่น คลับ เป็นจำนวนเงินไม่น้อย ตั้งแต่หมื่นต้นๆ ถึง เกือบแสน ยันไป สามแสน หลายคนอาจกำลังผ่อนอยู่แล้วไม่รู้ตัวว่ากำลังจ่ายในสิ่งที่ไม่คุ้มค่ากับคุณภาพ?

ปัญหาที่เราพบเองและจากการพูดคุยกับลูกค้าท่านอื่นพูดเหมือนๆคือ

1. ถามเมื่อไหร่ คอนโดก็เสร็จอีก เดือนสองเดือน รอแค่ตบแต่ง พูดแบบนี้มาเป็นปีแล้ว หลายรอบ ล่าสุดไปดูจริงเมื่อสงกรานต์ก็ยังเป็นคอนโดร้างอยู่ผนังห้องก็ยังไม่ครบ คนที่จ่ายเงินก็ไม่สามารถเข้าพักได้เลยเหมือนถูกบังคับให้ไปพักที่อื่นในเครือ ซึ่ง...

2. ขนาดซื้อแบบแพงที่สุด (สีแดงจองไฮซีซั่นได้) แต่โรงแรมที่ดูดีมีชื่อเสียงมีแค่ไม่ถึง3%โทรไปเช็คก็เต็มทุกวันข้ามปี

3. โรงแรมที่เหลือไม่มีทางออกอื่นบังคับให้พักก็เป็นแต่เกรดต่ำๆ90 กว่า% ไม่ใช่โรงแรมหรูคืน 3-4 พัน ชื่อดังๆอย่างที่เซลล์อ้างตอนมาขายเรา ไปดูราคาค่าห้องก็แค่พันเดียว (พวกนี้มันลด50%แทบตลอด) หลายทีก็จะให้ลูกค้าไปพักอพาทเมนท์/คอนโดเก่าๆไม่ใช่โรงแรม ขนาดแค่รูปโฆษณาที่ควรจะสวยที่สุดยังดูแล้วเก่ามาก ผิดกับที่เซลล์เคยโฆษณาบวกพาไปดูห้องตัวอย่างที่เค้าจัดขึ้นที่โรงแรม ... คนละเกรดกันเลย

เราไม่ต้องการให้ใครมาว่าว่าทำไมเราถึงพลาด เห็นบ่อยแล้วในกระทู้อื่นๆ

ลำดับแผนการ

1. วันที่ 2 มีค 2554 คุณทศพร และ ผู้เสียหายรายอื่นๆ ได้นำเรื่องออกช่อง 7 รายการเจาะประเด็น กดดูรายการทีวีย้อนหลังตามลิ้งค์ มีประโยชน์มากๆ
http://www.ch7.com/news/news_thailand_detail.aspx?c=2&p=376&d=130414

2. วันอาทิตย์ที่ 1 พค 2554 คุณทศพร (คุณที่ออกทีวี) จะเรียบเรียงข้อมูลจากผู้เสียหายและรายชื่อ เพื่อยื่น สคบ

3. ตามที่อาจารย์ทนายวันชัยแนะนำ (ที่คู่กับอาจารย์ประมาณ) เราสามารถยื่นฟ้อง ศาลแพ่ง-อาญา

ทางเรายินดีรับคำแนะนำและข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อโดยตรงได้ที่ คุณทศพร 082-5898293 เวลา 19.00- 23.00 ทุกวัน

ช่วยกันคนละไม้ละมือ

ขอบคุณมากค่ะ

อ่านกระทู้เก่าๆผู้เสียหายรายอื่นได้ตามนี้

http://www.thaifr.net/webboard_topic.php?id_q=42
http://topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2009/11/E8554076/E8554076.html
http://topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2008/09/E6955963/E6955963.html
http://topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2008/03/E6410754/E6410754.html
fun fun
3 มิ.ย. 2554 เวลา 12:06 น.
อ้างถึง คคบ. 6/2552
วันที่ 11 กันยายน 2552 นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นประธานประชุม ณ ห้องประชุม 501 ชั้น 3 ตึกบัญชาการทำเนียบรัฐบาล (เรื่องถึงรัฐบาลแล้วสรุปได้แค่นี้) ซึ่งที่ประชุมพิจาณาและมีมติในเรื่อง การดำเนินคดีแพ่ง บริษัท ควอลิตี้ เวเคชั่นคลับ จำกัด ดังนี้

สนง.คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโำำภคได้รับเรื่องร้องเรียนจากนางสาวพรพิมล มณีวงศ์วัฒนา ว่าได้สมัครเป็นสมาชิก บริษัท QVC จำกัด และได้ชำระค่าสมาชิคเป็นจำนวนเงิน 198,000 บาทถ้วน ผู้ร้องสามารถเข้าพักโรงแรมในเครือ QVC ได้ 7 วันต่อปีเป็นระยะเวลา 13 ปี ผู้ขายแจ้งว่าต้องเสียค่าสมาชิคเล็กน้อยปี ละ 2,000 - 3,000 บาท ต่อมาบริษัทได้ส่งเอกสารมาแจ้งว่าผู้ร้องต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรายปี เป็นเงิน usd 150 (ประมาณ 12,200 บาท)และค่าธรรมเนียม RCI อีก 150 (ประมาณ 5,200 บาท) และต่อไปทุกปีจนครบสัญญา ซึ่งไม่เป็นไปตามที่พนักงานขายแจ้ง และผู้ร้องเรียนเห็นว่าไม่เป็นธรรม จึงขอยกเลิกสัญญาและขอเงินคืน ปรากฎว่าบริษัทไม่ทำตามเงื่อนไขอีก สคบ จึงสั่งฟ้องดังกล่าว

สุดเลว
ผู้เสียหาย
8 มิ.ย. 2554 เวลา 11:16 น.
ดูความ "เ ี้ย" ของพวกมัน บอกมาได้ว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกันระหว่างบริษัทไม้ด้า ของเสี่ยโต้ง กับ บริษัท QVC ทั้งที่มันจดทะเบียนบริษัทร่วมกัน "เ ี้ย ขอให้พวกมัน " ิบหาย"

วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2552
MIDA รุกอสังหาทุ่ม 800 ล.ซื้อหุ้นโรงแรม
ผู้จัดการรายวัน10 มกราคม 2550

MIDA รุกอสังหาทุ่ม 800 ล.ซื้อหุ้นโรงแรม

ไมด้า แอสเซ็ท ทุ่มกว่า 800 ล้านบาทลงทุนในธุรกิจโรงแรม 4 แห่งทั่วประเทศ "สมุย-ภูเก็ต-หัวหิน-เชียงใหม่" โดยส่วนใหญ่ซื้อต่อจาก"สุธาสินี เสตะพันธุ"

ด้าน กมล เชื่อแนวโน้มธุรกิจโรงแรมยังเติบโตได้ ชี้ประเทศไทยยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวอีกมาก

เดินหน้ารุกธุรกิจอสังหาฯเต็มที่ ตั้งบริษัทย่อยเน้นสร้างบ้านเดี่ยว ทาวเฮาส์ขนาดเล็กขาย

นางสาวรุ่งระวี เอี่ยมพงษ์ไพฑูรย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมด้า แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) หรือ MIDA แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทโดยมีมติอนุมัติให้บริษัทลงทุนในบริษัท สมุย เพนนินซูลาจำกัด, บริษัท ภูเก็ต เพนนินซูลา จำกัด, บริษัท ฮอทสปริง จำกัด, บริษัท เดอะ รีทรีท หัวหิน จำกัดและบริษัท ท็อป เอเลเมนทส จำกัด

ทั้งนี้ การเข้าลงทุนในบริษัท สมุย เพนนินซูลา จำกัด บริษัทจะลงทุนในสัดส่วน 50 % โดยจะเป็นการซื้อเพิ่มทุนที่บริษัทดังกล่าวจะออกเพิ่มจำนวน 50 %ของทุนจดทะเบียน 580 ล้าน จำนวน 2,900,000 หุ้นราคาหุ้นละ100 บาท มูลค่าเงินลงทุน 290,000,000 บาทซึ่งผู้ถือหุ้นเดิม คือ กลุ่มนางสุธาสินี เสตะพันธุ ทั้งนี้กลุ่มนางสุธาสินีและบริษัท สมุย เพนนินซูลาจำกัด ไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับบริษัท ไมด้า แอสเซ็ท จำกัด(มหาชน) และไม่เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน โดยกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมประกอบด้วย นางสุธาสินี เสตะพันธุ สัดส่วน 67.24 % และนายปริวรรต ศุกรีเขตร สัดส่วน 32.74 %

สำหรับ โครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่ประกอบด้วย กลุ่มนางสุธาสินี เสตะพันธุ 50 %และ บริษัทไมด้า แอสเซ็ท จำกัด(มหาชน) 50 % โดย ณ วันทำรายการ โรงแรมสมุยเพนนินซูลา ได้เปิดดำเนินการไปแล้ว 90 % นอกจากนี้ ปัจจุบันทางบริษัทสมุย เพนนินซูลา จำกัด ได้เซ็นMOU กับทางเชนต่างประเทศ(Sofitel) ให้เข้ามาบริหารโรงแรม โดยจะเข้ามาบริหารโรงแรมภายหลังจากที่โรงแรมได้ปรับปรุงระบบและการตกแต่งบางส่วนให้ได้ตามมาตรฐานของทาง Sofitel โดยใช้เวลาในการปรับปรุงประมาณ 6-8 เดือน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จ ประมาณกลางปี 2550 ในส่วนของการลงทุนในบริษัท ภูเก็ต เพนนินซูลา จำกัด บริษัทจะลงทุนในสัดส่วน 30 % โดยจะเป็นการซื้อหุ้นสามัญจำนวน 1,800,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 116.66 บาท(ราคาพาร์ 100 บาท) มูลค่าเงินลงทุน 210,000,000 บาท โดยโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่ประกอบด้วยกลุ่มนางสุธาสินี เสตะพันธุ 50 %, บริษัทไมด้า แอสเซ็ท จำกัด(มหาชน) 30%, บริษัทไมด้า เมดาลิสท์ เอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด(มหาชน) 20% ขณะที่การลงทุนในบริษัท ฮอทสปริง จำกัด จะลงทุนในสัดส่วน 50 % ด้วยการซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บริษัท ฮอท สปริง จำกัด จำนวน 3,000,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 100 บาท มูลค่าเงินลงทุน 300,000,000 บาท


ส่วนการลงทุนในบริษัท เดอะ รีทรีท หัวหิน จำกัด จะลงทุนในสัดส่วน 30 %โดยการรซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เดอะ รีทรีท หัวหิน จำกัด จำนวน 597,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 100 บาท มูลค่าเงินลงทุน 59,700,000 บาท

นอกจากนี้การลงทุนในบริษัท เดอะ ท็อป เอเลเมนทส จำกัด บริษัทลงทุนในสัดส่วน 99.99 % ด้วยการซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ท็อป เอเลเมนทส จำกัด จำนวน 99,994 หุ้น ราคาหุ้นละ 10 บาท มูลค่าเงินลงทุน 999,940 บาท ซึ่งทางบริษัท ท็อป เอเลเมนทส จำกัดได้เข้าซื้อที่ดิน พร้อมสิ่งปลูกสร้างของโรงแรม กาสะลอง โฮเต็ล แอนด์รีสอร์ท มูลค่าซื้อ 50,000,000 บาทเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2549

นายกมล เอี้ยวศิวิกูล ประธานกรรมการ บมจ.ไมด้า แอสเซ็ท กล่าวว่า เหตุผลที่บริษัทสนใจลงทุนในธุรกิจโรงแรมเนื่องจากเชื่อธุรกิจท่องเที่ยงในประเทศไทยยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีในอนาคต เพราะหลายจังหวัดในประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามและดึงดูดให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาพักผ่อน

นอกจากนี้เหตุผลที่บริษัทต้องหันมารุกธุรกิจอื่นๆมากขึ้น แต่ยังคงให้ความสำคัญกับธุรกิจการปล่อยสินเชื่อเนื่องจากต้นทุนทางการเงินของบริษัทสูงกว่าธนาคารพาณิชย์เนื่องจากมีแหล่งเงินทุนเองประกอบกับการเปิดโอกาสให้สามารถขยายขอบเขตการทำธุรกิจให้ครบวงจรได้ ทำให้ผู้ประกอบการในระบบได้รับผลกระทบที่ค่อนข้างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม การขยายธุรกิจของบริษัทโดยมุ่งไปที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์บริษัทได้มีการเข้าไปซื้อหุ้นโรงแรมหลายแห่งโดยจะพิจารณาจากแบรนด์และประสบการณ์ในการบริหารงานของโรงแรมนั้นๆประกอบ รวมถึงการจัดตั้งบริษัทย่อยที่บมจ.ไมด้า แอสเซ็ท ถือหุ้น100% เพื่อทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยตรง ซึ่งจะเป็นโครงการขยายเล็กเน้นการสร้างบ้านเดี่ยว ทาวเฮาส์ขายในจำนวนที่จำกัดโดยจะพิจารณาจากความต้องการประชาชนในพื้นที่นั้นๆ ด้านความเคลื่อนไหวราคาหุ้น MIDA วานนี้ (9 ม.ค.) ราคาปิดที่ 1.26 บาท ลดลง 0.05 บาท หรือ 3.82% มูลค่าการซื้อขาย 24.11 ล้านบาท

Resource: http://www.gotomanager.com/news/details.aspx?id=55375
เขียนโดย moonfleet of newcity ที่ 6:11 0 ความคิดเห็น ป้ายกำกับ: 004
เดอะควอลิตี้ฯปรับแผนลงทุน พับอสังหาขยายธุรกิจสุขภาพ
เดอะควอลิตี้ฯปรับแผนลงทุน พับอสังหาขยายธุรกิจสุขภาพ

กรุงเทพธุรกิจ 25-11-2008

นางสุธาสินี เสตะพันธ์ กรรมการบริษัท เดอะ ควอลิตี้ กรุ๊ป เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัดเปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับแผนการลงทุนใหม่ เพื่อรับมือกับภาวะวิกฤติเศรษฐกิจถดถอย โดยตัดสินใจชะลอการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประเภทโรงแรม 2 โครงการ คือ ที่ภูเก็ตและเชียงใหม่ไว้ก่อน รวมมูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท

สำหรับที่ภูเก็ตนั้น ใช้ชื่อว่า ไฮแอท รีเจ้นท์ ภูเก็ต มูลค่ากว่า 2,400 ล้านบาท พัฒนาบนเนื้อที่ 10 ไร่ จำนวน 152 ห้องเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว ซึ่งได้ก่อสร้างไปแล้วเกือบ 90%

ส่วนโครงการที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นโรงแรมระดับ 6 ดาว ตามแผนจะใช้เซนโรงแรมอมันบุรี แต่ต้องชะลอการลงทุนไปก่อน แม้บริษัทจะลงทุนค่าการออกแบบไปแล้ว 100 ล้านบาท ทุกห้องพักจะเป็น พูลวิลล่า จำนวนทั้งสิ้น 148 หลัง บนเนื้อที่ 70 ไร่ จากทั้งหมด 250 ไร่ ด้วยที่ดินตั้งอยู่ อ.แม่อ่อน ซึ่งเป็นแหล่งบ่อน้ำพุร้อน จึงใช้เงินลงทุนในการพัฒนาค่อนข้างสูงกว่า 2,000 ล้านบาท เพื่อที่จะสร้างให้เป็น ออนเซน ไทยแลนด์ หากพัฒนาเสร็จคาดโครงการดังกล่าวมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 3,600 ล้านบาท

"สาเหตุที่เราต้องชะลอลงทุนสร้างโรงแรมไว้ก่อน เพราะมองว่าเศรษฐกิจไม่ดี ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างชาติลดลงมาก และทั้งสองโครงการใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง จึงยังไม่เหมาะที่จะทำตอนนี้ " นางสุธาสินี กล่าว

แต่ในขณะเดียวกัน ทางบริษัทจะมุ่งขยายการลงทุนไปในธุรกิจประเภทศูนย์บริการแพทย์ทางเลือกแทน ที่ดำเนินการ ภายใต้บริษัท คิว เมดิคอล เซ็นเตอร์ จำกัด โดยได้เปิดแห่งแรกไปแล้ว คือ “รีจู อโศก” ที่ถนนสุขุมวิท 21 ซึ่งเป็นศูนย์บริการแพทย์ทางเลือกเพื่อต่อต้านและชะลอความแก่ของร่างกายครบวงจร ครั้งแรกในประเทศไทย ใช้เงินลงทุนกว่า 50 ล้านบาท

นอกจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างหาพื้นที่เพื่อขยายศูนย์บริการแพทย์ทางเลือก ไปในห้างสรรพสินค้าในเมือง เช่น เซ็นทรัลเวิลด์ โดยต้องการใช้พื้นที่ไม่น้อยกว่า 4,000 ตร.ม. เพราะต้องการให้บริการแบบครบวงจร ประกอบด้วย ศูนย์สุขภาพร่างกาย ศูนย์ฟื้นฟูสภาพร่างกาย ศูนย์ดูแลความงามและเลเซอร์ การนวดปรับสภาวะสมดุลและเสริมสร้างพลังชีวิต

สาเหตุที่บริษัทหันมาบุกธุรกิจนี้มากขึ้น เนื่องจากมองว่ายังมีแนวโน้มสดใส ตามกระแสของสุขภาพมาแรงอย่างต่อเนื่อง ด้วยมูลค่าตลาดรวมไม่น้อยกว่า 3.5 แสนล้านบาท

นางสุธาสินี กล่าวต่อว่า บริษัทได้จัดสรรงบกว่า 10 ล้านบาท สำหรับการทำตลาดและโฆษณาประชาสัมพันธ์ รีจู อโศก เพื่อสร้างการรับรู้ และการจัดโรดโชว์ไปยังอาคารสำนักงานต่างๆ ตลอดจนการจัดการจัดสัมมนาเชิงสุขภาพเพื่อให้ความรู้ เดือนละ 1 ครั้ง รวมทั้งเร่งขยายสมาชิกทั้งชาวไทยและต่างประเทศ รวมถึงทำโคโปรโมชั่น ในรูปแบบของ "ทัวร์สุขภาพ" กับโรงแรมต่างๆ เจาะลูกค้าระดับเอเหมือนกัน โดยตั้งเป้ารายได้สิ้นปีนี้ไว้ที่ 30 ล้านบาท

Resource: http://www.home.co.th/H9_news_detail.aspx?S_C_IDCODE=51106
เขียนโดย moonfleet of newcity ที่ 5:50 0 ความคิดเห็น ป้ายกำกับ: 003
นายกมล เอี้ยวศิวิกูล ประธานกรรมการบริษัท ไมด้า แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) หรือ MIDA
ผู้จัดการรายวัน27 กันยายน 2550

"กมล"ลั่นไม่โกงพร้อมเปิดสัญญายึดหุ้น256ล้าน

นายกมล เอี้ยวศิวิกูล ประธานกรรมการบริษัท ไมด้า แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) หรือ MIDA เปิดเผยถึง การออกเปิดเผยข้อมูลของนางสุธาสินี เสตะพันธุ ว่า รายละเอียดในสัญญาการร่วมทำธุรกิจของบมจ.ไมด้า แอสเซ็ท และบริษัท สมุย เพนนินซูลา จำกัด เป็นสัญญาจริงตามที่มีการแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้สั่งให้บริษัทมีการชี้แจงถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งบริษัทได้ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวเพื่อความถูกต้อง


ทั้งนี้ บริษัทมีเอกสารที่พร้อมจะให้มีการพิสูจน์อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบของตลาดหลักทรัพย์ฯ และพร้อมเปิดโอกาสให้นางสุธาสินีเข้ามาตรวจสอบเอกสารได้ แต่โดยส่วนตัวไม่เข้าใจเหตุผลว่า ทำไมตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมานางสุธาสินีไม่เคยมีการติดต่อเข้ามาที่บริษัท เพื่อจะขอตรวจสอบในรายละเอียดเรื่องดังกล่าว กลับส่งเอกสารไปยังผู้สื่อข่าวแทนจนทำให้บริษัทได้รับผลกระทบจากเรื่องที่เกิดขึ้น


สำหรับสัญญาร่วมทุนในการดำเนินธุรกิจระหว่างบมจ.ไมด้า แอสเซ็ท กับโครงการต่างๆ กับนางสุธาสินีเป็นสัญญาในลักษณะเดียวกันทั้งหมด โดยกำหนดให้นางสุธาสินีต้องรับผิดชอบในภาระหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่มีการทำสัญญา

"ไม่เข้าใจว่า ทำไมเขาไม่ยอมคุยกับเราก่อน ต้องส่งเอกสารไปให้ผู้สื่อข่าวอย่างเดียว ผมพร้อมเจรจา และมีสัญญาที่ชัดเจนที่จะสามารถตอบได้ทุกเรื่อง การทำแบบนี้ส่งผลกระทบต่อบริษัทอย่างชัดเจน "นายกมลกล่าว

ประธานกรรมการบมจ. ไมด้า แอสเซ็ท กล่าวอีกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ถือเป็นประสบการณ์ที่จะทำให้ในการร่วมทุนหรือทำธุรกิจอื่นๆ หลังจากนี้บริษัทต้องมีความระมัดระวังให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาจนทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทเสียหาย โดยสิ่งที่ต้องสนใจให้มากขึ้นคือผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นแก่ผู้ถือหุ้นของบริษัท


ด้านนางสุธาสินี เสตะพันธุ ผู้ถือหุ้นบริษัท สมุย เพนนินซูลา จำกัด ได้ส่งเอกสารผ่านสื่อมวลชนโดยระบุว่า ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อบมจ.ไมด้า แอสเซ็ท โดย นายกมล เอี้ยวศิวิกูล กรรมการผู้จัดการกับบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง ในความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารปลอม และดำเนินคดีต่อนางสาวนิภาพร มั่นหมาย กับบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องในความผิดฐานลักทรัพย์

นอกจากนี้ นางสุธาสินี ได้อ้างว่า ได้ทำการตรวจสอบไปยังผู้ตรวจสอบบัญชีของบมจ.ไมด้าฯ พบว่ามีเอกสารสัญญากู้เงิน ฉบับลงวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยเมื่อได้มีการตรวจสอบสำเนาเอกสารพบว่า เป็นสัญญาที่ทำปลอมขึ้นทั้งฉบับ และได้มีการปลอมลายมือชื่อตนเองในสัญญาด้วย

ทั้งนี้ ในสัญญายังระบุว่าได้นำหุ้นในบริษัทสมุย เพนนินซูลา จำนวน 1.28 ล้านหุ้น มาจดทะเบียนจำนำเป็นประกันต่อบมจ.ไมด้าฯ หากนางสุธาสินีผิดนัดไม่ชำระหนี้เงินกู้ตามสัญญาเงินกู้ ยินยอมให้นำใบหุ้นดังกล่าวขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ดังกล่าว โดยสัญญาดังกล่าวมีนางสาวนิภาพร มั่นหมาย ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและบัญชีของบริษัท สมุย แพนนินซูลา เป็นผู้รักษา

อย่างไรก็ตาม จากสัญญาดังกล่าวทำให้นางสุธาสินีได้รับความเสียหาย เนื่องจากต้องรับภาระหนี้จำนวน 256,242,469 บาท และจะทำให้หุ้นของตนเองต้องถูกลักเอาไปถูกขายทอดตลาดตามที่ระบุในสัญญา

อนึ่ง ก่อนหน้านี้นางสาวรุ่งระวี เอี่ยมพงษ์ไพฑูรย์ กรรมการผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ บมจ.ไมด้า แอสเซ็ท ได้ชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า รายการให้กู้ยืมเงินจำนวน 256.2 ล้านบาท ของบริษัทสมุย แก่นางสุธาสินี เสตะพันธุ กรรมการของบริษัท สมุย เพนนินซูลา จำกัด (บริษัทสมุย) ตามที่ บริษัทฯได้ร่วมลงทุนในบริษัทสมุย เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2549 ซึ่งตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญาร่วมทุน หากปรากฏว่าบริษัทสมุย มีหนี้สินที่ไม่ได้ระบุไว้ในงบการเงินชุดที่นำมาแสดงต่อ MIDA ณ วันทำสัญญา หนี้สินหรือภาระที่เกิดขึ้นก่อน MIDA เข้าไปลงทุนให้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้ถือหุ้นเดิมคือ นางสุธาสินี เสตะพันธุ

ต่อมาปรากฏว่า บริษัทสมุยมีหนี้สินค้างชำระค่าก่อสร้างเก่า ซึ่งหากไม่ชำระจะส่งผลเสียหายต่อบริษัทสมุย คณะกรรมการบริษัทสมุย จึงได้อนุมัติให้ มีการกู้เงินดังกล่าวเพื่อไปชำระหนี้ และมีการค้ำประกันเงินกู้ โดยการนําหุ้นในบริษัทสมุย ของนางสุธาสินี เสตะพันธุ จำนวน 1,280,000 หุ้น ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 22.10 % ของหุ้นทั้งหมดของบริษัทสมุยฯ มาจำนำไว้เป็นหลักประกันต่อบริษัทนั้น

ทั้งนี้ บริษัทขอยืนยันว่า ข้อมูลที่ทาง MIDA แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2550 เป็นความจริง

ทั้งนี้ทาง MIDA ขอเรียนชี้แจงว่า รายการดังกล่าวเป็นข้อขัดแย้งระหว่างผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทสมุย คือนางสุธาสินี กับ MIDA เกี่ยวกับภาระหนี้สินที่มิได้บันทึกไว้ในงบการเงินของบริษัทสมุย ณ วันที่ MIDA เข้าไปร่วมทุน ซึ่ง MIDA ได้พยายามแก้ไขปัญหาเพื่อมิให้เกิดความเสียหายต่อ MIDA โดยนางสุธาสินี ต้องรับผิดชอบรายการนี้ทั้งหมด มิฉะนั้นนางสุธาสินี ต้องซื้อหุ้นคืนจาก MIDAไปทั้งหมด ซึ่งนางสุธาสินี ได้ตกลงซื้อหุ้นในบริษัทสมุย คืนทั้งหมด โดยใช้ราคาตามสัญญาร่วมทุนซึ่งระบุว่ากรณีมีข้อขัดแย้งให้ใช้ราคาที่ MIDA ซื้อบวกดอกเบี้ยอัตรา12 % ต่อปี แต่ MIDA ได้ยื่นข้อเสนอกลับไปว่า การซื้อขายหุ้นขอให้พิจารณาซื้อหุ้นทุกบริษัทที่มีการร่วมทุนกันและต้องการให้มีการเจรจาเรื่องราคาอีกครั้งหนึ่ง ด้วยเหตุนี้ความขัดแย้งจึงยังไม่ยุติ และมีการนำรายการกู้ยืมเงินมาโต้แย้งกันอยู่
ผู้เสียหาย
15 มิ.ย. 2554 เวลา 08:54 น.
we are in diaryis.com family | developed by 7republic