วัดพระธาตุดอยคำ - งานพืชสวนโลก - กรุงเทพ

ตื่นมาสายๆ แบบขี้เกียจๆ เริ่มรู้สึกหมดแรงแล้ว (แอบคิดว่าอยากกลับขึ้นปายอีกรอบจัง) ซ้อนมอเตอร์ไซค์ไปงานพืชสวนโลก แต่แวะขึ้นไปวัดพระธาตุดอยคำก่อน วัดนี้อยู่บนเขา ใกล้ๆ กับงานพืชสวนโลกและไนท์ซาฟารี จุดเด่นของวัดนี้คือมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่มากที่สามารถมองเห็นได้ชัดจากงานพืชสวนโลก ถึงคนจะมาเที่ยวพืชสวนโลกกันเยอะ แต่ก็ไม่ค่อยมีใครขึ้นมาที่วัดนี้เลย

ผมไม่ค่อยรู้ประวัติของวัดนี้มากนัก แต่พี่อ้อยซึ่งเป็นแฟนพี่ไตรบอกว่าเสี่ยงเซียมซีที่วัดนี้แม่นมาก ก็เลยขอลองดูซักหน่อย เสี่ยงได้เลข 18 แต่ใบเซียมซีหมดซะงั้น แต่สุดท้ายก็ไปเดินหาจนเจอจนได้ คำทำนายออกแนวกลางๆ ไม่ดี ไม่ร้าย เลยไม่รู้สึกติดใจอะไรนัก


พระพุทธรูปองค์ใหญ่มาก


มองลงมาเห็นงานพืชสวนโลกอยู่ในสายหมอก

ไหว้พระเสร็จแล้วก็ลงไปงานพืชสวนโลก แดดร้อนเปรี้ยงๆ เลย วันที่ผมไปมีคนไม่เยอะมาก เดินเที่ยวสบายดี ไม่ต้องต่อคิวยาว ในงานจะมีรถพ่วงให้นั่ง คนละ 30 บาท สามารถนั่งต่อไปยังแต่ละสถานีซึ่งมีทั้งหมด 9 สถานี โดยสถานีที่ 1 คือจุดเริ่มต้น ส่วนสถานีที่ 9 คือทางออก

สถานีที่ 2 ส่วนใหญ่เป็นซุ้มของสปอนเซอร์ ซึ่งไม่ค่อยมีใครดู สถานีที่ 3 เป็นบริเวณจุดเริ่มต้นของซุ้มนานาชาติ ก็จะเริ่มมีคนลงเดินกัน ซึ่งผมก็ลงที่สถานีนี้ ส่วนสถานีที่ 4 เป็นจุดที่อยู่ใกล้กับหอคำหลวงซึ่งเป็นไฮไลท์ของงานนี้ คนส่วนใหญ่ก็จะลงที่สถานีนี้กัน

ซุ้มเด่นๆ ที่คนนิยมเข้าไปดูก็คือสวนภูฏานเนื่องมาจากความฮอตฮิตของกษัตริย์จิกมี สวนเนเธอร์แลนด์เนื่องจากคิดว่ามีดอกทิวลิป แต่จริงๆ แล้วทิวลิปไปอยู่อีกที่ หอชมวิวทรงเมล็ดข้าวที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ 360 องศาของงานนี้ และหอคำหลวงซึ่งเป็นบริเวณที่จัดแสดงรูปภาพเฉลิมพระเกียรติในหลวงและมีต้นบรมโพธิสมภารสีทองอร่าม


ไปงานนี้แล้วไม่ถ่ายรูปนี้ถือว่าเชย


รถพ่วงเที่ยวงาน


ซุ้มผลไม้ อยากนั่งตากแอร์กินผลไม้ในนี้ทั้งวันเลย


ปีเตอร์ในซุ้มแมลง...


ผีเสื้อยักษ์


เห็นอะไรมั้ย?


มันคือตั๊กแตนกิ่งไม้... ทำตัวเนียนมาก


ต้นศรีมหาโพธิ์ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้


โคนไอติม


ข้างในโคน


หอชมวิวรูปเมล็ดข้าว


มองลงมาเห็นแบบนี้


สะพานในสวนภูฏาน


ตุ๊กตาไล่ฝนในสวนญี่ปุ่น ไล่ซะจนแดดเปรี้ยงเลย


ชอบหุ่นไม้ของเคนย่าจัง ได้อารมณ์คนป่าดี


กังหันลมเนเธอร์แลนด์


หอคำหลวงอลังการ


ภายในหอคำหลวง ถ่ายเบี้ยวเพราะตอนกำลังกางสามขา โดนเจ้าหน้าที่ไล่ไม่ให้ยืนเกะกะ เลยต้องรีบๆ ถ่ายมา


ต้นบรมโพธิสมภาร


Sufficiency Economy Framework

เที่ยวงานพืชสวนโลกได้แค่ถึงหอคำหลวงก็ต้องกลับเพราะทนแดดไม่ไหวแล้ว กลับไปนั่งเล่นเน็ตรอเวลาเดินทางไปสถานีรถไฟ

การนั่งรถไฟ Sprinter กลับกรุงเทพ ผมถือว่าสบายว่านั่งรถบัสอีกนะ เก้าอี้กว้างนั่งสบาย มีพื้นที่วางขาได้เยอะสำหรับคนขายาวอย่างผม ทำให้หัวเข่าไม่ชนพนักเก้าอี้คนข้างหน้า มีผ้าห่มผืนใหญ่มากที่ห่มได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า และถึงแม้ว่ารถไฟจะสะเทือนกว่า แต่ก็ไม่เหวี่ยงซ้ายป่ายขวาเหมือนรถบัส บนรถไฟ ตอนกลางคืนมีข้าวกล่องทาน ตอนเช้ามีเบเกอรี่ เสียอย่างเดียวก็คือใช้เวลาเดินทางเยอะกว่ารถบัส แต่ความปลอดภัยก็สูงกว่ามากด้วย

ถึงกรุงเทพตอนเกือบสิบโมงเช้า ไปเสียเวลาแถวๆ สถานีสามเสน ป้าที่นั่งข้างๆ ก็เอาแต่บ่นๆๆๆ ว่าทำไมรถไฟจอดนานมาก นานเป็นชั่วโมงเลย (ไม่ถึงซักหน่อย แค่ครึ่งชั่วโมงเอง ถึงผมจะรอไปหลับไป แต่ก็รู้เวลานะเฟ้ย) แล้วป้าก็ไปบ่นใส่เจ้าหน้าที่รถไฟ บอกว่ารู้งี้รู้งั้นรู้โง้นก็ลงสถานีที่แล้วไปแล้ว เจ้าหน้าที่บอกว่ามีตำรวจพิเศษปิดถนนอยู่เพราะมีขบวนเสด็จ แล้วป้าก็เงียบไปเลย ใจเย็นๆ น่อป้า อากาศเย็นๆ ใจเย็นๆ กันดีกว่า

รวมค่าเสียหายทั้งทริปนี้

ค่าเดินทาง.................................................. 850 บาท

ค่าที่พัก....................................................... 280 บาท

ค่าอาหาร..................................................... 960 บาท

ค่าเที่ยว...................................................... 980 บาท

รวม............................................................ 3,070 บาท

ซื้อของเล็กๆ น้อยๆ....................................... 576 บาท

รวม............................................................ 3,646 บาท

ไม่คิดไปงานพืชสวนโลกเลยนะเนี่ย เพราะไม่ชอบคนเยอะ และแดดร้อน
วี
31 ธ.ค. 2549 เวลา 01:58 น.
สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๐ ค่ะ

* * (")**(") HaPpy
* ("( 'o' ) * NeW
* * (")(")( ) * *YeAr 2007
001286
1 ม.ค. 2550 เวลา 02:00 น.
ไม่มีโอกาสไปเที่ยวงานพืชสวนโลกเลยแต่ก็มีโอกาสได้ไปเที่ยวเชียงใหม่บ่อยอยู่
26 ต.ค. 2550 เวลา 09:31 น.
รูปสวยเนาะ

ที่ ว่าขึ้นรถไฟเนี่ย ผ้าห่มคงผืนใหญ่มากเลยเนาะ
สามารถ ห่มพี่บอยได้หมดดด เลย

สุดยอดๆๆ

มิสๆคร่า
อาร์ม
29 ต.ค. 2550 เวลา 19:40 น.
we are in diaryis.com family | developed by 7republic