ว่าด้วยเรื่องขายหุ้น
มีคนอยากอ่านความเห็นผมเรื่องนายกทักษิณขายหุ้นชินคอร์ป 7.3 หมื่นล้าน คิดไว้เหมือนกันครับว่าจะเขียนเรื่องนี้สักหน่อย เพียงแต่คงไม่จำเพาะเจาะจงกับหุ้น SHIN มากนัก
หนังสือพ่อรวยสอนลูกเขียนเอาไว้ว่า โลกนี้คนรวยเป็นผู้ออกกฎ และคนรวยจ่ายภาษีน้อยที่สุด
คนชนชั้นกลางอย่างเราๆ ทำงานทั้งเดือนได้เงินตอนสิ้นเดือน เงิน 100 บาท ถูกหักออกไปก่อนที่เราจะได้ใช้อีก บางคนถูกหัก 10 บาท บางคน 15 บาท บางคน 20 บาท
ส่วนคนรวย ได้เงินมา เอามาใช้ก่อน เหลือเศษเท่าไหร่ค่อยจ่ายให้ประเทศ
การที่คนรวยทำเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะอย่างที่บอก คนรวยเป็นผู้ออกกฎ และไม่ใช่เรื่องเห็นแก่ตัวด้วยนะครับ เพราะคนรวยเชื่อว่าตนสามารถนำเงินไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมได้ดีกว่าจ่ายให้รัฐเอาไปใช้
การที่นายกทักษิณใช้วิธีการขายหุ้นเพื่อไม่ต้องเสียภาษี ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายเลยครับ ทุกอย่างถูกต้อง 100%
และการที่นายกออกมาบอกว่าคนที่วิจารณ์เรื่องนี้ก็เพราะอิจฉา นายกพูดถูก 100% เช่นกัน
ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ขี้อิจฉาครับ
อิจฉาความสามารถในการสูบเงินจากประชาชนชาวไทยมากว่า 20 ปี
อิจฉาที่นายกได้กำไรจากการขายธุรกิจอากาศแล้วไม่ต้องเสียภาษี ขณะที่สรรพากรตามรีดเลือดปูด้วยการนับชามก๋วยเตี๋ยว นับไม้หมูปิ้ง จากพ่อค้าแม่ค้าริมถนน
ยุคทุนนิยมมันก็แบบนี้แหละ คุณต้องเป็นคนรวยก่อน จะได้เข้าใจว่าเวลาถูกคนจนกว่าอิจฉา มันรู้สึกสะใจขนาดไหน
สมัยที่ผมเล่นหุ้นใหม่ๆ ผมเคยคิดว่าทำไมประเทศไทยถึงเก็บภาษีเงินปันผล แต่ไม่เก็บภาษีกำไรส่วนต่างจากการขายหุ้น
การที่รัฐเก็บภาษีเงินปันผล ทำให้ตลาดทุนบ้านเราไม่ค่อยมีนักลงทุนระยะยาว และการที่รัฐไม่เก็บภาษีกำไรส่วนต่าง ทำให้ตลาดทุนบ้านเราเต็มไปด้วยนักเก็งกำไรระยะสั้น
ตลาดหุ้นก็เลยมีภาพพจน์เป็นบ่อนสำหรับคนรวยนั่นเอง
หลายประเทศมีการเก็บภาษีกำไรจากการขายหุ้น อัตราภาษีสูงกว่าภาษีเงินปันผลด้วย ผลที่เกิดขึ้นก็คือคนไม่ค่อยอยากขายหุ้นบ่อยๆ แต่อยากถือหุ้นของกิจการดีๆ ไว้นานๆ
วกกลับมาที่โคตรอภิมหาเงิน 7.3 หมื่นล้านของท่านนายก ต้องลองดูกันต่อไปว่านายกจะเอาเงินก้อนนี้ไปทำอะไร ผมเชื่อว่าท่านคงไม่ฝากแบงก์นอนกินดอกเบี้ยไปจนวันตายหรอก เพราะมีหนทางที่จะได้รับผลตอบแทนสูงกว่านั้น เงิน 7.3 หมื่นล้าน สามารถกลายเป็น 15 หมื่นล้าน ได้ภายในเวลาเพียง 5 ปี
ถ้ามองการลงทุนในประเทศ สมมุติว่านายกเอาเงินไปซื้อหุ้นกลุ่มพลังงาน เช่น PTT PTTEP ผมคิดว่านายกจะไม่ซื้อ เพราะราคาหุ้นกลุ่มนี้สูงเกินไป เป็นการเข้าซื้อที่ช้าไปหน่อย หรือถ้ามองว่านายกจะเล่นกลุ่มก่อสร้าง ก็มีแนวโน้มสูง เพราะต่อจากนี้ไป รัฐมีโครงการเมกะโปรเจกต์หลายโครงการ ซึ่งจะทำให้ธุรกิจก่อสร้างเติบโตสูง หรือถ้า กฟผ. สามารถเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ ก็เป็นไปได้อีกที่นายกจะเอาเงินมาซื้อหุ้นการไฟฟ้าราคาถูกๆ
แต่ถ้าลงทุนในประเทศ นายกคงถูกจับตามองเยอะ ผมว่าเอาเงินไปลงทุนธุรกิจต่างประเทศดีกว่า ธุรกิจพลังงานในต่างประเทศน่าจะเจริญรุ่งเรืองดี แนวโน้มของราคาน้ำมันในช่วง 2-3 ปีนี้ก็มีแต่ขึ้นกับขึ้น
คนรวยไม่รู้จักพอหรอกครับ เพราะคนรวยมองเห็นโอกาสที่ดีกว่าในการปลูกเงินให้เติบโต แล้วจะเอาเงินไปบอนไซไว้ทำไม?
ขณะที่คนจนมองไม่เห็น คิดไม่เป็น ได้แต่ทำสิ่งเฉพาะหน้า ทำสิ่งที่คนอื่นๆ ทำกันเยอะแล้ว ทำให้ไม่รวยสักที
แต่ไม่ว่าจะเป็นคนรวยหรือคนจน ถ้าไม่รู้จักใช้ชีวิต ก็มีความทุกข์ได้เหมือนกัน แต่ถ้าใช้ชีวิตเป็น ก็มีความสุขกันได้ทั้งคู่
คนจนทุกข์เพราะไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อข้าวกิน
คนรวยทุกข์เพราะมีเงินมากแล้วไม่สบายใจ
คนจนสุขเพราะมีเงินน้อยทำให้ตัวเบา ไม่มีภาระ
คนรวยสุขเพราะรู้จักใช้ชีวิตแบบพอเพียง
ออยเป็นคนจนแบบนี้ดีกว่าค่ะ..
สบายใจดี.. ไม่ต้องมีอะไรมาวุ่นวายกับชีวิตมากนัก..
ปล. ฝากสรุปหนังจีนคืนนี้ด้วยนะคะ..
ออยคงไม่ได้ดู เพราะเพื่อนออยคงหลับแน่ๆ เลย..
เกรงใจมัน ต้องไปทำงานแต่เช้า..
กรั๊กๆๆ..
รุ่งเช้า ต้าเหมากับเผยหลิงสร่างเมา จำเรื่องที่พูดไปเมื่อคืนไม่ได้เลย
ซินจะไปสมัครงานเป็นเด็กจดคิวที่สถานีโทรทัศน์ที่ผลิตซีรียส์ F4 หลี่เวยไปเป็นเพื่อน นั่งรออยู่สองชั่วโมง หลี่เวยทนไม่ไหว ไปอาละวาดใส่คนในบริษัท ซินโกรธมาก ตะคอกใส่หลี่เวยแล้วเดินหนีไป งอนหลี่เวยที่ทำให้ตัวเองพลาดงานนี้
อาผังยังทำงานที่ Family Mart ต่อโดยไม่ยอมเปลี่ยนกะ ไม่หลับไม่นอน ซินกับเผยหลิงเข้ามาซื้อของ เผยหลิงกำลังสนุกกับการหัดเป็นนักเลง ก็แกล้งพูดตะคอกอาผัง แต่อาผังก็นิ่ง เผยหลิงบอกว่าล้อเล่น อาผังบอกว่าไม่โกรธหรอก เผยหลิงถามว่าไม่พอใจที่จะแต่งงานกับต้าเหมาเหรอ อาผังบอกว่าขอแสดงความยินดีด้วย เธอกับต้าเหมาเหมาะสมกันดี
สารวัตรกวนโทรศัพท์หาหลี่สง ซือเย๋เป็นคนรับสาย แล้วส่งต่อให้หลี่สง หลี่สงคุยเสร็จแล้วบอกว่าสารวัตรกวนนัดพบ ซือเย๋ถามว่าจะให้ไปด้วยมั้ย หลี่สงบอกว่าไม่ต้อง
หลี่สงไปเจอสารวัตรกวนที่ร้านเหล้าร้านเดิม คุยอะไรกันบางอย่าง หลี่สงถามว่าทำไมสารวัตรเอาเรื่องนี้มาบอก สารวัตรบอกว่าเพื่อมีมี่จัง
มีโทรศัพท์จากบริษัทที่ซินไปสมัครงาน บอกว่ารับซินเข้าทำงาน ซินดีใจมาก เล่าให้หลี่เวยฟังว่าที่บริษัทนี้รับเพราะวันก่อนซินด่าหลี่เวย บริษัทเลยเชื่อว่าคนที่กล้าด่านักเลง สามารถทำได้ทุกอย่าง ก็เลยรับเข้าทำงาน
โทรทัศน์ออกข่าวว่ามีผู้ชายที่ทำงานที่ Family Mart แบบไม่หลับไม่นอน ไม่กินอะไรมา 5 วันแล้ว ผู้ชายคนนั้นก็คืออาผัง เพื่อนๆ ทุกคนเห็นข่าวก็รีบวิ่งออกไป
ตัวอย่างตอนหน้า ซือเย๋เอาเหล้ามาให้หลี่สงกินแล้วคุยอะไรกัน หลี่สงควักปืนมาจ่อหลี่สง แต่ตัวเองก็ล้มลงก่อน
โอ้ววว..
ขอบคุณมากค่ะพี่บอย..
ละเอียดยิบยิ่งกว่าดูเองอีกค่ะ..
:D